น้ำตาแห่งชัยชนะ CR7 พา อัล นาสเซอร์ ซิวแชมป์แรก – จ่อ 1,000 ประตู

ข่าว กีฬา
โรนัลโด้ร้องไห้กลางสนาม หลังพา อัล นาสเซอร์ คว้าแชมป์ลีกซาอุดิอาระเบีย และจ่อเป้าหมาย 1,000 ประตู

 

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังชาวโปรตุเกส ปิดฉากฤดูกาล 2025/26 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลังพา Al Nassr FC ผงาดคว้าแชมป์ Saudi Pro League มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเจ้าตัว นับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งในซาอุดีอาระเบียเมื่อปลายปี 2022 หลังเปิดบ้านไล่ถล่ม ดามัค เอฟซี 4-1 ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา

 

เกมดังกล่าว CR7 โชว์ฟอร์มสมราคาแข้งระดับตำนาน ด้วยการเหมาคนเดียว 2 ประตู โดยหนึ่งในนั้นเป็นลูกฟรีคิกสุดสวย ขณะที่อีก 2 ประตูของ อัล นาสเซอร์ ได้จาก ซาดิโอ มาเน่ และ คิงสลีย์ โกมาน ส่วน ดามัค เอฟซี ได้ประตูตีไข่แตกจาก ซิลล่า ส่งผลให้ อัล นาสเซอร์ เก็บเพิ่มเป็น 86 คะแนน คว้าแชมป์ลีกสูงสุดซาอุดีอาระเบียสมัยที่ 11 ของสโมสรได้อย่างยิ่งใหญ่

 

หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาว โรนัลโด้ ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะนี่คือเป้าหมายสำคัญที่เขาตั้งใจมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งบนดินแดนตะวันออกกลาง และยังถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญในเส้นทางอาชีพของเจ้าตัว ที่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ครบทุกประเทศที่เคยลงเล่น ทั้งในอังกฤษกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, สเปนกับ เรอัล มาดริด, อิตาลีกับ ยูเวนตุส และล่าสุดกับ อัล นาสเซอร์ ในซาอุดีอาระเบีย

 

นอกจากการคว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในซาอุฯ แล้ว โรนัลโด้ ยังเดินหน้าไล่ล่าสถิติสำคัญอย่างต่อเนื่อง หลัง 2 ประตูในเกมนี้ส่งให้ยอดยิงรวมตลอดอาชีพของเขา ทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เพิ่มเป็น 973 ประตู ครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของวงการฟุตบอลโลกอย่างเหนียวแน่น และเหลืออีกเพียง 27 ประตูเท่านั้น ก็จะกลายเป็นนักฟุตบอลคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยิงครบ 1,000 ประตูจากการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

 

สำหรับทำเนียบความสำเร็จของ โรนัลโด้ ยังคงยิ่งใหญ่ระดับตำนาน โดยเจ้าตัวคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว 5 สมัย, พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 สมัย, ลา ลีกา สเปน 2 สมัย, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี 2 สมัย รวมถึงแชมป์ฟุตบอลยูโร กับทีมชาติโปรตุเกส และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ อีก 4 สมัย นอกจากนี้ยังมีถ้วยฟุตบอลภายในประเทศและซูเปอร์คัพอีกมากมายตลอดเส้นทางค้าแข้ง

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากพาทีมคว้าแชมป์ได้ไม่นาน ฮอร์เก้ เฆซุส กุนซือชาวโปรตุเกสของ อัล นาสเซอร์ ก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งทันที โดยเจ้าตัวเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่า เป้าหมายหลักของการมาคุมทีมครั้งนี้คือการช่วย โรนัลโด้ และสโมสรคว้าแชมป์ลีกให้สำเร็จ และเมื่อภารกิจบรรลุเป้าหมาย ก็ถึงเวลาที่เหมาะสมในการอำลาทีม

 

การคว้าแชมป์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่ถ้วยรางวัลอีกใบในชีวิตของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า แม้อายุจะเข้าสู่เลขหลักสี่ แต่เขายังคงรักษามาตรฐานระดับโลกเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยเป้าหมายสำคัญอย่างการยิงให้ครบ 1,000 ประตูในอาชีพการค้าแข้งให้ได้

 

 

          

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews