นโยบายวีซ่าของไทยกำลังถูกจับตาอีกครั้ง หลัง ครม.มีมติยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน สำหรับกว่า 90 ประเทศ กลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิม ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ฝรั่งเศสเพิ่งประกาศยกเว้นวีซ่า ให้ผู้ถือพาสปอร์ตราชการไทย เริ่มมีผลแล้วตั้งแต่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกมาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน สำหรับกว่า 90 ประเทศรวมถึงยกเลิกกรณีบางประเทศที่ได้รับสิทธิ์มากกว่าหนึ่งประเภทวีซ่า โดยให้กลับไปใช้หลักเกณฑ์เดิมเหมือนที่ผ่านมา
หลังจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการแจ้งรายละเอียดและแนวทางปฏิบัติตามมติดังกล่าวต่อไป
ส่วนหลักเกณฑ์ใหม่ในการพิจารณาวีซ่า คณะกรรมการนโยบายการตรวจลงตราจะพิจารณาเป็นรายประเทศอีกครั้ง เพื่อดูว่าประเทศใดเหมาะสมกับวีซ่าประเภทใด โดยคำนึงถึงทั้งด้านความมั่นคงและผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ ประเทศที่ถูกยกเลิกสิทธิ์พำนัก 60 วัน จะกลับไปใช้เงื่อนไขวีซ่าเดิม ซึ่งส่วนใหญ่สามารถพำนักได้ประมาณ 30 วัน
ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของไทย ประกาศว่า ผู้ถือหนังสือเดินทางราชการไทย หรือ Official Passport สามารถเดินทางเข้าสู่สาธารณรัฐฝรั่งเศสได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า มีผลตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ถือเป็นการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง สำหรับภารกิจราชการระหว่างไทยและฝรั่งเศส
มาตรการดังกล่าวครอบคลุมเฉพาะผู้ถือหนังสือเดินทางราชการไทย ซึ่งเป็นหนังสือเดินทางสีน้ำเงินเข้มที่ออกให้สำหรับการเดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศเท่านั้น ไม่สามารถใช้เพื่อการท่องเที่ยวส่วนตัวได้
สำหรับหนังสือเดินทางราชการ จะออกให้กับข้าราชการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา
เจ้าหน้าที่หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือบุคคลที่เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ของทางราชการ โดยความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันดี ระหว่างไทยและฝรั่งเศส ที่จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการติดต่อ และปฏิบัติภารกิจระหว่างสองประเทศมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทั้งการปรับมาตรการวีซ่าของไทย และการยกเว้นวีซ่าจากฝรั่งเศส ก็ถือเป็นอีกความเคลื่อนไหวสำคัญด้านการเดินทางระหว่างประเทศ ที่ต้องติดตามกันต่อในระยะต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews