สว.ถกด่วน! รถไฟชนรถเมล์ “วุฒิชาติ”จี้ รัฐเข้มกฎหมาย-แก้ใช้ถนนร่วมราง ขณะ “สว.วุฒิพงศ์” เสนอสุ่มตรวจยาเสพติดถึงระดับ สส.-สว. พบสีม่วงให้ปลดทันที
การประชุมวุฒิสภา ซึ่งมีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้มีการพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา กรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีนายวุฒิชาติ กัลยานมิตร สว. และนาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว. เป็นผู้เสนอญัตติ เพื่อให้รัฐบาลนำไปเร่งแก้ไขปัญหา
นายวุฒิชาติ ได้เปิดคลิปเหตุการณ์รถไฟชนรถเมล์กลางที่ประชุม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้พนักงานส่งสัญญาณหยุดรถไฟ แต่รถไฟยังเคลื่อนต่อ สะท้อนปัญหาการประสานงาน พร้อมระบุว่า กฎหมายและระเบียบด้านความปลอดภัยมีอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือการบังคับใช้อย่างจริงจัง

โดยสมัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เคยลงพื้นที่จุดดังกล่าวเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยยอมรับว่าพื้นที่มีข้อจำกัดด้านกายภาพและการจราจรติดขัดหนัก แต่หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน เคลียร์รถบริเวณ 3 แยกก่อนรถไฟผ่าน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้ ซึ่งในรัศมีรางรถไฟ 2 ฝั่ง 5 เมตร ห้ามมียานพาหนะกีดขวาง แต่หลังเกิดเหตุยังเห็นรถจอดคร่อมรางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงอยากฝากรัฐบาลให้บังคับใช้กฎหมายจริงจังและปรับปรุงระบบกั้นทางรถไฟให้เหมาะกับสภาพพื้นที่” นายวุฒิชาติ กล่าว
ทั้งนี้ ยังกล่าวถึง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ที่เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ว่า มีกฎรองรับเรื่องใบอนุญาตและมาตรฐานความปลอดภัยแล้ว แต่คำถามสำคัญคือหน่วยงานเกี่ยวข้องบังคับใช้จริงหรือไม่
ด้านนาวาตรีวุฒิพงศ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เป็น “โศกนาฏกรรม” ที่เกิดจากความประมาท และต้องมีผู้รับผิดชอบทั้งระดับปฏิบัติการและระดับบริหาร ไม่ใช่ลงโทษเฉพาะ “ตัวเล็กตัวน้อย” พร้อมเสนอแนวทางแก้ปัญหา 4 ด้านได้แก่ การกำหนดพื้นที่ห้ามหยุดรถบริเวณจุดตัดทางรถไฟ การประสานงานระหว่างตำรวจจราจรกับ รฟท. การติดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้า และการแก้ปัญหาบุคลากร หลังพบพนักงานขับรถไฟมีสารเสพติดในร่างกาย
นาวาตรีวุฒิพงศ์ ยังเสนอให้ตรวจสารเสพติดในบุคลากรทุกระดับ รวมถึงนักการเมือง โดยกล่าวว่า “ก่อนขึ้นบิน นักบินทุกคนต้องตรวจสารเสพติด ข้าราชการยังต้องตรวจเลย ผมว่าสภาก็น่าจะตรวจบ้าง
มีใครติดยาบ้าหรือไม่ ตรวจให้หมด สส.-สว. ใครเป็นสีม่วงเมื่อไหร่ก็จับปลดเลย”
นอกจากนี้ ยังเสนอให้จัดตั้ง “กองทุนเยียวยาอุบัติเหตุจากขนส่งสาธารณะ” เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถรับเงินช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่ต้องรอการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษจากรัฐบาล พร้อมย้ำว่า การเยียวยาควรเป็น
“หน้าที่” ของรัฐ ไม่ใช่ความกรุณาเฉพาะราย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews