กมธ.คมนาคม จ่อเรียก “กรมราง-ขสมก.-ตร.” แจงปมรถไฟชนรถเมล์ สอบเข้มตรวจยาเสพติดคนขับ ซัดรัฐถ่วง “Missing Link” เอื้อรถไฟ 3 สนามบิน
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า กมธ.คมนาคม เตรียมเรียกอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ตัวแทน ขสมก. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าชี้แจงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณแยกอโศก-ดินแดง ในวันที่ 20 พ.ค.นี้ โดยจะตรวจสอบทั้งสาเหตุอุบัติเหตุ การจัดการจราจร รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
นายศุภณัฐ ระบุว่า การพิจารณาจะแบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ การหาสาเหตุและปัญหาเชิงโครงสร้าง การแก้ไขปัญหาระยะสั้น-ระยะยาว และการเยียวยาประชาชน พร้อมเสนอให้มีระบบ One Stop Service เพื่อช่วยประสานสิทธิประกันและเงินเยียวยาให้ผู้เสียหาย นอกจากนี้ กมธ.ยังเตรียมสอบถามประเด็นการตรวจสารเสพติดพนักงานขับรถไฟ หลังมีรายงานตรวจพบสารเสพติด โดยตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐมีการตรวจถี่เพียงใด และเหตุใดผู้ขับขี่จึงหลุดรอดระบบตรวจสอบมาได้ ทั้งยังจะสอบข้อเท็จจริงกรณีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยออกแถลงการณ์ชี้แจงเรื่องระยะเบรกและปัญหาขาดแคลนบุคลากร ซึ่งมีข้อมูลขัดแย้งกับฝ่ายบริหาร

ส่วนกรณีเสียงวิจารณ์เรื่องใบอนุญาตคนขับรถไฟ นายศุภณัฐ ระบุว่า ต้องแยกกรณีใบอนุญาตหมดอายุระหว่างรอต่ออายุ กับกรณีบุคลากรใหม่ที่ยังไม่ได้บรรจุเต็มอัตรา พร้อมย้ำว่า กมธ.จะไม่รับฟังเฉพาะคำชี้แจงจากหน่วยงานรัฐ แต่จะเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม
นายศุภณัฐ ยังวิจารณ์แนวคิดลดการใช้รถไฟผ่านใจกลางเมืองของรัฐบาลว่า ไม่ตอบโจทย์ประชาชนระยะยาว เพราะแผนเดิมของรถไฟฟ้าสายสีแดงถูกออกแบบให้เชื่อมต่อทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ แต่กลับล่าช้า เนื่องจากรัฐให้ความสำคัญกับโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินมากเกินไป ทั้งนี้ กำลังเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนหรือไม่ เพราะโครงการรถไฟ 3 สนามบินยังคาราคาซัง แต่รัฐบาลก็ไม่ตัดสินใจเด็ดขาด จนทำให้โครงการระบบรางอื่นเดินหน้าไม่ได้

สำหรับแนวคิดขุดอุโมงค์ลอดทางรถไฟบริเวณมักกะสัน นายศุภณัฐ มองว่า มีข้อจำกัดด้านโครงสร้างใต้ดิน ทั้งระบบประปาและสาธารณูปโภค พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากทำได้ง่ายจริง รัฐคงดำเนินการไปนานแล้ว
นายศุภณัฐ ยังเสนอให้รื้อฟื้นโครงการ “Missing Link” เพื่อเชื่อมระบบรางชานเมืองแทนการพึ่งพาถนน พร้อมเตือนว่า การตั้งคณะศึกษาใหม่ทุกครั้งหลังเกิดปัญหา อาจเป็นเพียงการ “ถ่วงเวลา” จนกระแสสังคมเงียบลง
โดยไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews