“อนุทิน” มั่นใจออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เป็นไปตาม รธน.

การเมือง ข่าว

 

“อนุทิน” มั่นใจออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เป็นไปตาม รธน. ย้ำความเดือดร้อนประชาชนถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน ยันสั่งดูแลเหยื่อรถไฟชนรถเมล์เต็มที่ ลั่นเงินเยียวยาไม่ต้องถึงมือนายกฯ ปัดเรียกผู้ว่าฯ รฟท. เข้าพบ สวน “เสรีพิศุทธ์” ปมยื่นสอบจริยธรรม ไม่ยึดที่ดินเขากระโดง ฉะปั้นน้ำเป็นตัวก็โดนเหมือนกัน เมินบุกบุรีรัมย์ มาเมื่อไหร่จะพาไปกินข้าว

 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการนำข้อเสนอของ 38 เจ้าสัวที่ได้หารือร่วมกับรัฐบาลเมื่อ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา จะเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อผลักดันเป็นนโยบายต่อไปหรือไม่ ว่า ตนได้จดบันทึกไว้ในบริบทของตน และจะสรุปประมวลให้คณะรัฐมนตรีฟัง ส่วนข้อเสนอของกลุ่มเจ้าสัวจะผลักดันในรูปแบบใดนั้น กล่าวว่าเพียงว่า มีทุกรูปแบบ

เมื่อถามถึงการที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.เปิดเผยว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวขึ้น 2.8% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จะเป็นโอกาสที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปอย่างไรนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า เห็นถึงรากฐานที่ประเทศไทยมีความมั่นคงแข็งแกร่ง ขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่ร่วมมือกันทั้งที่สถานการณ์เศรษฐกิจของโลกไม่เป็นใจ เรายังช่วยกันร่วมมือค้ำยัน ผลักดันให้มีการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลหวังว่าหากต้องการให้มีความมั่นคงเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน โดยจะใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาทเพื่อทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีความกังวลอะไรหรือไม่ว่า รัฐบาลทำคู่ขนานกันไป ซึ่งมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าการที่เราออกพระราชกำหนด เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกประการ สิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สำหรับรัฐบาลความเดือดร้อนของประชาชนไม่ว่าจากมูลเหตุใดก็ตาม ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการช่วยเหลือ ซึ่งในกระบวนการชี้แจงต่อศาลมีกระบวนการอยู่แล้ว ซึ่งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่

นายกรัฐมนตรี ยืนยันด้วยว่า รัฐบาลออก พ.รก. มาแล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทุกอย่างจึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญระเบียบกฎหมายกำหนด ซึ่งโครงการไทยช่วยไทยจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) ตามกำหนด ส่วนรายละเอียดให้ไปถามรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละด้าน

พร้อมระบุว่า สำหรับพรรคฝ่ายค้านอาจจะคิดว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่สำหรับรัฐบาลความทุกข์ร้อนของประชาชนทุกเรื่องคือเรื่องเร่งด่วน และมีความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด เรามองไม่เหมือนกันก็ปล่อยให้รัฐบาลได้ทำงานช่วยเหลือประชาชนไปก่อน

เมื่อถามว่า จะมีผลกระทบกับผู้ให้กู้ที่อาจจะมีความลังเลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบทันทีว่า ”ตอนนี้มีแต่แย่งกันให้กู้ ขอโทษที“

 

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์กรณีเงินเยียวยาของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ บริเวณแยกอโศก-เพชรบุรี ที่ได้กำชับการรถไฟแห่งประเทศไทยและ ขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่า ”ได้ให้แนวทางไปดูแลผู้เคราะห์ร้ายที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่แล้ว ส่วนตัวเลขเงินเยียวยาไม่ต้องเสนอถึงตนเอง“

ผู้สื่อข่าวถามต่อวันนี้มีข่าวว่านายกรัฐมนตรีเรียกผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย นายกรัฐมนตรี ตอบว่า “เจอมา 2 วันแล้ว” ก่อนที่ผู้สื่อข่าวย้ำถามต่อว่าไม่ได้เรียกเข้าพบใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบสั้นๆ ว่า ”ไม่ได้เรียกครับ“

 

นายกรัฐมนตรี ยัง กล่าวถึงกรณีที่ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย เตรียมจะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยคุณสมบัติ และจริยธรรมของนายกรัฐมนตรี กรณีละเว้นการดำเนินการยึดที่ดินเขากระโดง ว่า ”การปั้นน้ำเป็นตัว ก็ถือว่าเข้าข่ายจริยธรรมเหมือนกันเนอะ สนุกไปเรื่อย“

เมื่อถามว่าสิ่งที่พูดหมายถึงคนที่จะไปบุกบุรีรัมย์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทำไมต้องไปบุกบุรีรัมย์ ใครจะไปก็ได้อยู่แล้ว จะไปเมื่อไหร่บอกด้วย เผื่อถ้าว่างจะพาไปกินข้าว

ส่วนจะกังวลหรือไม่ หากกรณีนี้มีผลกระทบต่อตัวนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ถามกลับว่า ตนเกี่ยวอะไร ขอให้ผู้สื่อข่าวช่วยบอก ซึ่งตนมีทะเบียนบ้านอยู่ที่นั่น ตอบครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ โดยเหตุผลที่ตนย้ายไปอยู่ที่นั่นเพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้คนที่จะเป็น สส. จะต้องมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดนั้น ซึ่งตอนย้ายไปตั้งแต่มีร่างรัฐธรรมนูญฉบับของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เพราะขณะนั้นตนเองเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โดยไม่ได้นึกว่าจะได้จำนวน สส.เยอะขนาดนี้ ตนก็ต้องไปอยู่ที่เซฟโซนของตนเองก่อน และการไปอยู่ที่นั่นก็ไม่เคยมีที่ดินของตนเอง และไม่เคยดำเนินการใดๆ ให้ได้มาซึ่งทรัพยสินในจังหวัดบุรีรัมย์

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนไม่รู้ว่าที่พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ จะไปฟ้องตนนั้น ฟ้องเรื่องอะไร แต่ตนก็ไม่สามารถไปห้ามคนที่จะมาฟ้องตนเองได้ พร้อมระบุถึงขั้นตอนของกฎหมายว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของศาลแล้ว หากศาลพิพากษาออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องเป็นไปตามนั้น ซึ่งเรื่องนี้ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ไม่รู้ว่าคนอื่นจะไปเดือดร้อนทำไม ในเมื่อในเรื่องของการฟ้องร้อง ทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ฟ้อง เอกชนก็ฟ้องกันไปมา ในที่สุดคำพิพากษาก็มีได้ฉบับเดียว ใครผิดใครถูกก็ต้องทำตามคำพิพากษาของศาล ก่อนยืนยันว่าตนเองไม่ใช่เจ้าของที่ดิน

ส่วนจะมีโอกาสฟ้องกลับ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ท่านก็อายุ 80 แล้ว ไม่เอาหรอก อย่างว่าเนอะ แกเป็นตำรวจเก่า คงชินวิธีการแบบนี้มา ข่มคนโน้นคนนี้ไปหมด อย่างกับผมก็รักใคร่กันดี อยู่ดีๆ ก็มาวีนผม ดื้อๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีปัญหาอะไรกัน สงสัยโกรธผมที่ไปทำขัดใจอะไรบางอย่างมั้ง ไม่ทำอะไรตามใจหรือเปล่าไม่รู้ ลองไปถามแกดูว่าเรื่องอะไร ไปถามแกก็แล้วกัน ถามลูกน้องแกก็ได้ เฮียเม้งอะ“ ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่