“ชัยวัฒน์”ชูนโยบายแก้ปัญหาสัตว์จร-สัตว์เลี้ยงใน กทม. เสนอฝังไมโครชิปฟรี-ลดค่าประกันสัตว์ เพิ่มศูนย์พักพิง 3-4 เท่า เชื่อมระบบรับเลี้ยง ลดภาระคนเมือง
ที่บ้านเพื่อน Cafe & Creative Space เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน กรุงเทพมหานคร จัดกิจกรรมเสวนาและนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงและสัตว์จรของทีมผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน โดยมี นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน, น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน, นายอริย์ธัช ยอดไชยเกียรติ ว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางกอกน้อย พรรคประชาชน และ นายกรชิต สุวรรณ สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ และผู้ก่อตั้ง Happy Howl – Dog Training and Behavioural ร่วมเสวนา
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาสัตว์จรในกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่คนไทยมีความสงสารสัตว์ เห็นสัตว์จรก็มักให้อาหารจนเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่ ขณะเดียวกันสัตว์เลี้ยงจำนวนไม่น้อย เมื่อป่วยหรือมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง ผู้เลี้ยงบางรายไม่มีศักยภาพดูแลต่อ จึงนำไปปล่อยจนกลายเป็นสัตว์จร และขยายพันธุ์ต่อเนื่อง กลายเป็นปัญหาต่อการใช้ชีวิตของคนเมือง ทั้งการคุ้ยขยะและพฤติกรรมก้าวร้าวของสัตว์บางตัว
นายชัยวัฒน์ ระบุว่า นโยบายของพรรคประชาชนต้องการแก้ปัญหาทั้งระบบ โดยเสนอให้กรุงเทพมหานครสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนนำสัตว์เลี้ยงมาขึ้นทะเบียน ผ่านการฉีดวัคซีนพื้นฐานฟรี ทำหมันฟรี ฝังไมโครชิปฟรี รวมถึงมีส่วนลดในการทำประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ กทม. มีฐานข้อมูลสัตว์เลี้ยงที่ชัดเจน เปรียบเสมือน “การแจ้งเกิด” ของสัตว์เลี้ยง ทำให้ติดตามได้หากสัตว์สูญหาย และช่วยลดโอกาสที่สัตว์จะถูกทอดทิ้งจนกลายเป็นสัตว์จร
ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน ยังระบุว่า ปัจจุบัน กทม. มีข้อจำกัดทั้งด้านงบประมาณและจำนวนศูนย์พักพิงสัตว์จร จึงเสนอเพิ่มศูนย์พักพิงให้รองรับสัตว์ได้มากขึ้นอีกประมาณ 3-4 เท่า พร้อมพัฒนาระบบเชื่อมต่อการรับเลี้ยงสัตว์ โดยจัดทำข้อมูลและโปรไฟล์สัตว์ในศูนย์พักพิง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลและเลือกสัตว์ไปเลี้ยงได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดจำนวนสัตว์ในศูนย์พักพิงได้ด้วย
ด้านนายอริย์ธัช กล่าวว่า ปัญหาสัตว์เลี้ยงในชุมชนแออัดมีความซับซ้อนมากกว่าพื้นที่บ้านเดี่ยว เนื่องจากพื้นที่จำกัด การดูแลรักษาเข้าถึงยาก ค่าใช้จ่ายสูง และเกิดโรคติดต่อหรืออุบัติเหตุได้ง่าย หากไม่มีระบบช่วยเหลือที่ดี สัตว์เลี้ยงจำนวนหนึ่งอาจถูกปล่อยกลายเป็นสัตว์จรในอนาคต
นายอริย์ธัช ยังระบุว่า ศูนย์พักพิงสัตว์จรที่เขตประเวศขณะนี้มีสัตว์อยู่เต็มความสามารถในการรองรับแล้ว จึงจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยลดภาระ ทั้งการส่งเสริมให้ประชาชนรับสัตว์ไปเลี้ยง และการสนับสนุนระบบประกันสัตว์เลี้ยงเพื่อลดค่าใช้จ่ายของผู้เลี้ยง
ขณะที่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ระหว่างลงพื้นที่ชุมชนพบปัญหาหมาแมวจรจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้วัดที่มักกลายเป็นจุดปล่อยสัตว์ เพราะประชาชนรู้สึกว่ามีคนให้อาหารอยู่แล้ว ทำให้จำนวนสัตว์จรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
น.ส.รักชนก กล่าวว่า พรรคประชาชนจึงเสนอให้ กทม. ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมผู้เลี้ยงสัตว์กับบริษัทประกัน โดยจัดแพ็กเกจประกันสัตว์เลี้ยงในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น พร้อมสนับสนุนภาคประชาสังคมและศูนย์พักพิงเอกชนที่ดูแลสัตว์จร ผ่านการช่วยประชาสัมพันธ์ สนับสนุนงบประมาณ และจัดทำระบบข้อมูลสัตว์อย่างเป็นระบบ รวมถึงเสนอแนวคิดประสานรัฐบาลเพื่อสร้างแรงจูงใจทางภาษีแก่ผู้ที่รับสัตว์จากศูนย์พักพิงไปเลี้ยง
ด้านนายกรชิต กล่าวว่า การแก้ปัญหาสัตว์จรไม่ควรหยุดอยู่แค่การทำหมัน แต่ควรแก้ที่ต้นเหตุ โดยผู้ที่ต้องการเลี้ยงสัตว์ควรมีองค์ความรู้และความพร้อมเพียงพอ พร้อมเสนอให้ศูนย์พักพิงสัตว์ทดลองจัดกิจกรรมให้ผู้สนใจได้เรียนรู้การดูแลสัตว์จริงก่อนตัดสินใจรับไปเลี้ยง รวมถึงอาจใช้ระบบประเมินความพร้อมของผู้เลี้ยงผ่านเทคโนโลยี AI เพื่อช่วยลดปัญหาการรับสัตว์ไปเลี้ยงแล้วนำมาปล่อยในภายหลัง
นายกรชิต ยังยกตัวอย่างโมเดลในประเทศญี่ปุ่น ที่เปิดศูนย์ฝึกสุนัขช่วยเหลือผู้พิการให้เป็นแหล่งเรียนรู้สาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องความรับผิดชอบในการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมองว่า กทม. สามารถนำมาปรับใช้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนได้เช่นกัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews