นายกฯ บอก ผบ.ตร.รายงานเหตุชายจีน ขับเก๋งบรรทุกอาวุธสงคราม คว่ำนาจอมเทียน สั่งสอบเข้มเชื่อมโยงอาชญากรรมข้ามชาติ- BHQ หรือไม่ รับมีผลพิจารณาฟรีวีซ่า ลั่น ไทยพร้อมหนุนความมั่นคงอาหารอาเซียน ย้ำคุยกัมพูชา ยึดแถลงการณ์ร่วมหยุดยิง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ สภ.นาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ โดยพบผู้ขับรถเป็นชายชาวจีน และภายในรถตรวจพบอาวุธสงครามจำนวนมาก ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ว่าเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ว่า พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งข้อความมาตั้งแต่เกิดเหตุซึ่งตนก็ได้เน้นย้ำไปว่าขอให้ดำเนินการขยายผล ให้ได้รับทราบถึงต้นเหตุ ของการกระทำเช่นนี้ให้ลึกที่สุด
และให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดเข้มข้น ต้องไปหาต้นตอของปัญหานี้ให้ได้ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำให้ตั้งข้อสงสัยได้ว่าเหตุใดชาวต่างชาติจึงสามารถครอบครองอาวุธจำนวนมากได้ ตนก็ย้ำว่าไม่มีการอนุญาตไม่มีการให้พกพาอนุญาตพกปืน หากใครพกปืนและไม่ใช่เจ้าหน้าที่ก็ผิดกฎหมายทั้งหมด ขอให้ระวัง ถูกจับขึ้นมาจะมีข้อหาอื่นๆตามมาอีกจำนวนมาก เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็ยืนยันได้ว่าใครที่พยายามมาบอกตนว่าให้ผ่อนปรนการออกใบอนุญาตพกปืน เพราะขนาดห้ามยังทำการอุกอาจขนาดนี้ และหากเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับบุคคลใด หรือกลุ่มคนใดๆ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติเราก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่

เมื่อถามต่อว่าแต่อาวุธจำนวนมากในรถเป็นอาวุธสงคราม รวมไปถึงในการตรวจสอบโทรศัพท์ของชายชาวจีนรายดังกล่าวพบว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม BHQ ของกัมพูชา นายอนุทินกล่าวว่า นี่คือสิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการอย่างเฉียบขาด ซึ่งต้องดูเป็นเรื่องๆไป เพราะจะมีผลไปถึงเรื่องฟรีวีซ่า แต่ ณ ตอนนี้ขอให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจและความมั่นคง ได้ดำเนินการสอบสวนให้ได้รายละเอียดได้มากที่สุดก่อน
อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเสร็จสิ้น ได้หันมาพูดแซวกับสื่อมวลชนว่า “ดูสิเอาขึ้นมาข้างหลังตั้ง 3 ท่าน ไม่ถามพี่เอี่ยว ( พลเอกณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหารบกเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 26 ของพลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ) บ้างล่ะ ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า ตั้งพลเอกณัฐพงษ์ เป็นเลขานุการคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ได้หันไปชี้ ที่พลเอกณัฐพงษ์ ก่อนเก่าต่อว่าถ้ามีการเจรจา คนนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง
นอกจากนี้ นายอนุทิน ได้แถลงภายหลังเดินทางกลับจากการร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ว่า ประเทศไทยย้ำเจตนารมณ์ในการแก้ไขความขัดแย้ง และแนวทางสร้างสันติภาพโดยยึดกติกาสากล และประโยชน์ของชาติ พร้อมเสนอความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีสมาชิกท่ามกลางความผันผวนของโลกโดยยึดประเด็นการผลักดันอาเซียนให้มีความเข้มแข็ง มีเอกภาพ และมีบทบาทมากขึ้นในเวทีนานาระหว่างประเทศ และในที่ประชุมสิ่งที่ทุกประเทศพูดถึงมากกว่าเรื่องน้ำมันและพลังงานคือเรื่องอาหาร ในส่วนของประเทศไทยได้สร้างความมั่นใจต่อประเทศอาเซียนว่าไทยพร้อมใช้ศักยภาพในฐานะผู้ผลิตอาหารสำคัญของโลก
โดยจะให้การสนับสนุนด้านความมั่นคงอาหารในภูมิภาค และไม่ว่าประเทศใดในโลกจะมีปัญหาเรื่องสงคราม พลังงาน แต่ในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยพร้อมเป็นฐานในการสนับสนุนเรื่องอาหารให้กับมวลหมู่ภาคีสมาชิก ตนเคยบอกมาตลอดว่าน้ำมันกินไม่ได้ ถ้าเราต้องเลือกในวันที่มีวิกฤตระหว่างน้ำมันกับอาหาร ประเทศไทยมีความมั่นคงเรื่องอาหารมากกว่า น้ำมันมีเงินก็ยังซื้อได้หาได้ แต่ถ้าเราไม่มีความเข้มแข็งด้านอาหาร ความลำบากอื่นๆก็จะเกิดขึ้น ตนได้เห็นปฏิกิริยาตอบสนองในเชิงเห็นด้วย และเชิงความพร้อมที่จะแสวงหาการสนับสนุนซึ่งกันและกันของประเทศมาชิกแทบทุกประเทศ
ทั้งนี้ การร่วมประชุมครั้งนี้ ประเทศไทยไม่ได้เสียอะไรเลย มีแต่โอกาส และความเชื่อมั่นจากภาคีสมาชิกเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเพิ่มมูลค่าของการค้าการลงทุน และการสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาคอาเซียน
นายอนุทิน กล่าวถึงการพบปะกับนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า นายแฟร์ดีนันด์ โรมูอัลเดซ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ในฐานะประธานอาเซียน ต้องการสร้างบรรยากาศที่ดีในที่ประชุมอาเซียน จึงจัดให้มีการพบปะกันระหว่างไทย – กัมพูชา ในรายละเอียดการพูดคุยเชื่อว่าประชาชนรับทราบแล้วจากการแถลงของตน ยืนยันว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามการลงนาม Joint Statement (แถลงการณ์ร่วมหยุดยิง)
เมื่อปี 2568 และที่หารือกันไม่ได้มีการพูดคุยถึงการปักปันเขตแดนและการเปิดด่านพรหมแดน และให้ยึดถือตามกรอบ JBC และ GBC ในรูปแบบคณะกรรมการร่วมต่อไป ซึ่งนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส รับทราบว่าเรายังพูดคุยกันได้ในการรักษาบรรยากาศที่ดีของการประชุมที่ผ่านมา นอกจากนี้การเดินทางไปร่วมประชุมครั้งนี้ตนยังพบกับประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย(ADB) ซึ่งยังให้ความเชื่อมั่นกับประเทศไทย และนัดหมายกันว่าโอกาสต่อไปที่ท่านจะมาเยือนประเทศไทย ตนได้เรียนเชิญให้มาพบตนที่ทำเนียบรัฐบาล โดยจะหารือร่วมกันถึงการสนับสนุนโครงการต่างๆของไทย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news