“เท้ง”เลี่ยงตอบทาบทาม “ชัชชาติ” ลงผู้ว่าฯในนาม ปชน. ลั่นไม่มีดีลทางการเมือง ยันส่งตัวเลือกดีที่สุดให้ชาวกรุงเทพฯเลือก ชี้คุณสมบัติ อยู่ข้างประชาชน-โปร่งใส-ตรวจสอบได้
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการเปิดแคมเปญในการเปิดตัวผู้ว่า กทม. ของพรรคประชาชน หลังยิงโฆษณาทั่วกรุงเทพฯ ในสโลแกนกรุงเทพฯง่าย ๆ ว่า เป็นการสะท้อนถึงปัญหาการดำรงชีวิต การใช้ชีวิตใน กทม. ที่ไม่ใช่เรื่องง่ายโดยจะเปลี่ยนให้เป็นเรื่องง่าย เช่นการใช้สิทธิ์บัตรทองเกี่ยวกับการส่งตัวที่มีความแตกต่างจากต่างจังหวัด หรือศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในต่างจังหวัดที่มีคุณภาพที่ดีกว่าในกรุงเทพฯ โดยจะนำเสนอว่าพรรคประชาชนเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี ที่จะส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชาว กทม. โดยจะเปิดตัวในวันที่ 5 เดือน 5 ที่สามย่านมิตรทาวน์ เวลา 17:00 น.
นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึง คุณสมบัติของบุคคลที่จะส่งลงผู้ว่า กทม. ว่า เป็นคนที่เลือกอยู่ข้างประชาชน ขณะเดียวกันมองว่างบประมาณท้องถิ่นยังไม่มีความโปร่งใสเพียงพอ และผู้บริหารจะต้องมีคุณสมบัติพร้อมทำงาน เพราะต้องเจอกับข้อจำกัดด้านสภาพทางการเมืองที่ก่อนหน้านี้ประชาชนตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณ ซึ่งคุณสมบัติขั้นต่ำของทีมผู้ว่า กทม. คือจะต้องเลือกอยู่ข้างประชาชนและใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส
เมื่อถามว่านายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ก็ประกาศลงชิงตำแหน่งผู้ว่ากทม. อีกสมัย พรรคประชาชนมีความมั่นใจแค่ไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มั่นใจในทีมผู้ว่าฯและสก. และยังมี สส. 33 เขตของพรรคสนับสนุนผลักดันวาระ กทม.ให้ก้าวหน้าได้ โดยย้ำว่าขอให้เลือกพรรคประชาชนทั้งผู้ว่าฯและทีม สก. จากพรรคประชาชน
“ผมเชื่อว่าทีมพรรคประชาชนเป็นหนึ่งตัวเลือกที่ดี ตัวผมก็ชื่นชมการทำงานของอาจารย์ชัชชาติ และเชื่อว่าปัญหาเชิงโครงสร้างอีกหลายอย่างในกทม. จะต้องอาศัยการแท็กทีมที่เข้มแข็ง สนามการเมืองท้องถิ่นมีบริบทการต่อรอง การผลักดันหลายอย่าง และนโยบายท้องถิ่นต้องอาศัยการออกข้อบัญญัติ และงบประมาณปีละเป็นแสนล้าน ให้ผ่านสภาฯที่มีความโปร่งใสมากที่สุด บางทีการที่เราไม่ได้แท็กทีมมา เชื่อว่าคน กทม. เห็นว่าสีไหนเป็นตัวจริง โดยเฉพาะพรรคประชาชนสีส้ม เชื่อมั่นว่าเรามีจุดตั้งต้นทางการเมืองที่โปร่งใสตรงไปตรงมา”
ส่วนกรณีที่มีการประกาศว่ารายรับของ กทม. มากกว่ารายจ่าย จะส่งผลต่อคะแนนเสียงนายชัชชาติหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นแนวโน้มที่ดีแต่ก็เป็นเรื่องปกติของรายได้ท้องถิ่น ที่งบอาจมีบวกหรือลบ หากมีรายรับมาก ก็ต้องเป็นเงินสะสมใช้จ่ายในปีงบประมาณถัดไป มุมหนึ่งก็มองว่าเป็นข่าวดี เป็นข่าวที่ประชาชนชื่นชม แต่อีกมุมหนึ่งส่วนต่างที่เหลือก็ต้องนำไปใช้จ่ายในปีงบประมาณถัดไป แต่คำถามสำคัญคือจะทำอย่างไรให้การจัดซื้อจัดจ้างมีความโปร่งใสมากที่สุด และประชาชนไม่ต้องเจอข่าวซ้ำว่าซื้อของแพงเกินจริงใน กทม.
เมื่อถามถึงการทาบทามนายชัชชาติ มาเป็นแคนดิเดตผู้ว่าของพรรคประชาชนมีข้อเท็จจริงอย่างไร นายณัฐพงษ์ เลี่ยงที่จะตอบคำถามตรง ๆ แต่ชี้แจงว่า ไม่มีการดีลกัน แต่การพูดคุยกันเบื้องหลังหรือนอกรอบก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งทั้งสส. และ สก. ก็มีการพูดคุยงานทั้งภายในพรรค เดียวกันและต่างพรรค การพูดคุยกับทีมผู้ว่าฯ ก็เป็นเรื่องปกติในการแก้ไขปัญหาให้กับชาว กทม. ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีดีลทางการเมืองที่จะไปต่อรองผลประโยชน์
“มันเป็นการคุยกันในเรื่องเอาวาระประชาชนเป็นตัวตั้งในการแก้ไขปัญหา แต่ในสนามเลือกตั้งไม่มีการดีลหรือต่อรองใด ๆ จะแบ่งโมเดลหรือแบ่งพื้นที่การเลือกตั้งไม่มีการพูดคุยแบบนั้นอยู่แล้ว”
เมื่อถามย้ำว่าไม่ได้มีการทาบทามนายชัชชาติ มาเป็นแคนดิเดตผู้ว่าของพระประชาชนจริง ๆ ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มันอยู่ที่เสียงของประชาชนเป็นคนตัดสิน และยอมรับว่าในมุมมองของคน กทม. หลายคนอาจตัดสินใจยาก เชื่อว่าแต่ละคนที่ถูกเสนอมาเป็นตัวเลือกก็จะเสนอสิ่งที่ดีที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews