“ยศชนัน” เปิด วันแรงงานแห่งชาติ มอง AI เข้ามาเปลี่ยนตลาดแรงงาน

การเมือง ข่าว
“ยศชนัน” เปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ชี้แรงงานไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางรอยต่อ เชิงโครงสร้าง มอง AI เข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงาน

 

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รับข้อเรียกร้องจากแรงงาน พร้อมกล่าวปราศรัยต่อผู้ใช้แรงงาน และเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2569 ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

 

นายยศชนัน กล่าวว่า พี่น้องแรงงานที่รักทุกท่านครับ ในสภาวการณ์ที่โลกปัจจุบันกำลังเผชิญ กับความผันผวนอย่างรุนแรง พี่น้องแรงงานไทยกำลังยืนอยู่ท่ามกลางรอยต่อเชิงโครงสร้าง ที่สำคัญยิ่ง โดยเฉพาะผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ต่อความมั่นคงทางพลังงานและสร้างแรงกดดันต่อภาระค่าครองชีพ

 

เราทุกคนต้องแบกรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์นี้ ไม่เพียงแต่เป็นอุปสรรคต่อภาคการผลิตและการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวมแต่ยังเป็นบททดสอบความยืดหยุ่นของระบบแรงงานไทยในการปรับตัวรับมือกับความผันผวนของต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเราทุกคนไม่ได้ประสบแค่วิกฤตการณ์ดังกล่าวเท่านั้นแต่เรายังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยของเทคโนโลยีครั้งใหญ่

โดยเฉพาะการรุกคืบของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Al ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงตลาดแรงงานและรูปแบบการทำงานอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากปราศจากการเตรียมความพร้อมเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพความเหลื่อมล้ำทางด้านทักษะและความกังวลต่อความมั่นคงในอาชีพ อาจกลายเป็นปัจจัยฉุดรั้งการก้าวสู่เศรษฐกิจมูลค่าสูงที่เราตั้งเป้าหมายไว้

 

นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวร่วมกับสภาวะภูมิอากาศ ที่เปลี่ยนแปลง และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ยังเป็นปัจจัยที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการจ้างงานที่หลากหลายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ วันนี้เราเห็นการขยายตัวของกลุ่มแรงงานกึ่งอิสระ และแรงงานแพลตฟอร์ม ที่เป็นกำลังสำคัญในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ แต่ในขณะเดียวกันสภาพการจ้างงานที่เปลี่ยนไปนี้

 

ได้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางสวัสดิการและระบบหลักประกันทางสังคมให้มีความทันสมัย เพื่อให้ระบบมีเสถียรภาพ มีความโปร่งใสและสามารถรองรับความหลากหลายของวิถีชีวิตของแรงงานทุกกลุ่มได้อย่างเท่าเทียม


รัฐบาลจึงตระหนักดีว่าความท้าทายเหล่านี้ไม่ใช่เพียงอุปสรรคที่ต้องก้าวผ่านไปวันต่อวัน แต่เป็นความรับผิดชอบเชิงกลยุทธ์ที่ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการบูรณาการการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน เราจะไม่มองปัญหาเหล่านี้แบบแยกส่วน แต่จะมุ่งเน้นบูรณาการการทำงานเพื่อทุนมนุษย์เป็นหัวใจหลัก โดยอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)เพื่อพัฒนาทักษะเทคโนโลยีชั้นสูง

 

รวมถึงการทำงานร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อยกระดับเกษตรกรสู่ Smart Farmer และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)เพื่อคุ้มครองสิทธิของคนทุกกลุ่มโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หัวใจสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้คือการสร้าง “ฐานข้อมูลทักษะแห่งชาติ” เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลฝั่งความต้องการ จากนายจ้าง และฝั่งกำลังแรงงานเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยใช้เครื่องมือหลักคือแพลตฟอร์มจับคู่งานและการรับรองทักษะอย่างเป็นสากล เพื่อจับคู่แรงงานเข้าสู่ตำแหน่งงานที่ตรงตามทักษะ

 

และให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรม ภายใต้นโยบาย “เรียนได้งบ จบได้งาน” ที่รัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณในการ Upskill และ Reskill เพื่อเปลี่ยนแรงงานไทยจาก”ผู้ใช้” ให้กลายเป็นแรงงานทักษะสูงที่สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงได้อย่างยั่งยืนภารกิจสำคัญในอีก 4 ปีข้างหน้า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะสร้าง “เศรษฐกิจงานดี” (Good Job Economy) ผลลัพธ์สุดท้ายที่เรามุ่งหวังไม่ใช่เพียงแค่การเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงเท่านั้นแต่คือการที่พี่น้องแรงงานไทยทุกคนมีรายได้ที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีในฐานะผู้ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เวทีโลกได้อย่างสง่างามในอนาคตสืบไป

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่