กธ.พร้อมใช้กลไกสภาตรวจสอบเด้ง”ราเชน”

การเมือง ข่าว
“อรรถกร” รับเสียดาย “ราเชน” ชี้ ผลงานเด่น จับต้องได้ ตั้งข้อสังเกตโยกนอกฤดูกาลเร็วผิดปกติ พร้อมใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบ หากพบเอี่ยวการเมือง

 

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา โฆษกพรรคกล้าธรรม และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์กรณี นายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรยื่นลาออกจากตำแหน่ง และเตรียมร้องขอความเป็นธรรม หลังถูกโยกย้ายอย่างกะทันหัน โดยนายอรรถกร ระบุว่า ได้รับการประสานจากนายราเชน ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. เพื่อเข้าหารือถึงความไม่สบายใจส่วนตัวแต่ล่าสุดเจ้าตัวขอเลื่อนการเข้าพบออกไปก่อน เนื่องจากยังเตรียมข้อมูลไม่แล้วเสร็จ และต้องพิจารณาหลายประเด็นอย่างรอบคอบ

 

จากประสบการณ์ส่วนตัว มองว่า การโยกย้ายอธิบดี “นอกฤดูกาล” และเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะในยุคของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าหรือ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมถึงช่วงที่ตนดำรงตำแหน่ง ก็ไม่เคยมีลักษณะเช่นนี้

 

พร้อมยอมรับว่า รู้สึกเสียดายบุคลากรที่มีความสามารถ โดยระบุว่า นายราเชน เป็นผู้มีผลงานเป็นรูปธรรม อาทิ แนวคิดแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ด้วยการจัดการสภาพอากาศ ซึ่งสามารถเห็นผลได้จริง และถือเป็นกำลังสำคัญของกระทรวง โดยถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย หากประเทศไทยต้องสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ด้วยเหตุผลว่าไม่สามารถตอบสนองทางการเมืองได้

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าการโยกย้ายครั้งนี้เข้าข่าย “ล้างบางทางการเมือง” หรือไม่ นายอรรถกร ระบุว่า ไม่สามารถยืนยันได้ และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว เพราะหากเป็นจริงจะไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่มาอย่างต่อเนื่อง และในประเด็นเหตุผลเรื่อง “ความต่อเนื่องในการทำงาน” นายอรรถกร มองว่า แม้อาจเป็นมุมของฝ่ายบริหาร แต่ในทางปฏิบัติ งานราชการมีระบบรองรับอยู่แล้วและสามารถรอการปรับเปลี่ยนได้ ไม่จำเป็นต้องดำเนินการเร่งด่วน พร้อมย้ำว่า ความเห็นต่างระหว่างผู้บริหารกับข้าราชการ อาจส่งผลต่อขวัญกำลังใจ โดยบางส่วนอาจมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้น ขณะที่บางส่วนอาจสูญเสียความมั่นใจในการทำงาน

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าการโยกย้ายครั้งนี้เข้าข่าย “ล้างบางทางการเมือง” หรือไม่ นายอรรถกร ระบุว่า ไม่สามารถยืนยันได้ และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าว เพราะหากเป็นจริงจะไม่เป็นธรรมต่อข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่มาอย่างต่อเนื่อง และในประเด็นเหตุผลเรื่อง “ความต่อเนื่องในการทำงาน” นายอรรถกร มองว่า แม้อาจเป็นมุมของฝ่ายบริหาร แต่ในทางปฏิบัติ งานราชการมีระบบรองรับอยู่แล้ว และสามารถรอการปรับเปลี่ยนได้ ไม่จำเป็นต้องดำเนินการเร่งด่วน พร้อมย้ำว่า ความเห็นต่างระหว่างผู้บริหารกับข้าราชการ อาจส่งผลต่อขวัญกำลังใจ โดยบางส่วนอาจมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้น ขณะที่บางส่วนอาจสูญเสียความมั่นใจในการทำงาน

 

ทั้งนี้ นายอรรถกร เปิดเผยว่า ได้หารือกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในเบื้องต้นแล้ว และในฐานะฝ่ายค้าน พรรคพร้อมใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าการโยกย้ายมีที่มาจากอคติหรือแรงจูงใจทางการเมือง ทั้งนี้ หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ก็ไม่มีปัญหา แต่หากเกิดจากอคติหรือการเมือง เราจำเป็นต้องใช้กลไกสภาฯ ตรวจสอบ เพื่อปกป้องข้าราชการทุกระดับ

 

ส่วนประเด็นว่าจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่นั้น ระบุว่า ต้องรอข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่