ร้องสภาทนายความ ถูกทนายลวงเงิน 3.5 แสน อ้างไกลเกลี่ยคดี

อาชญากรรม ข่าว
ผู้เสียหาย ร้องสภาทนายความฯ ถูกทนายลวงเงิน 3.5 แสน อ้างนำไปไกล่เกลี่ย คดีลูกชายถูกจับบัญชีม้า แต่สุดท้ายลูกชายติดคุก และทนายไม่คืนเงิน

ความคืบหน้ากรณี คุณรัตน์ คุณแม่ของผู้ต้องขังที่ถูกดำเนินคดีเรื่องบัญชีม้า เข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด ว่าถูกทนายความลวงเงินหลายแสน อ้างว่าจะไปไกล่เกลี่ยและประกันตัวให้ลูกชายตนที่โดนคดีบัญชีม้า ให้ความหวัง แต่สุดท้ายลูกชายติดคุก และต้องสูญเงินกว่า 3 แสนบาท

ล่าสุดวันนี้ (30 เม.ย.69) ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ คุณรัตน์ พร้อมด้วยเพจสายไหมต้องรอด เข้ายื่นหนังสือถึงนายกสภาทนายฯความ เพื่อร้องเรียนพฤติกรรม ทนายความคนดังกล่าว โดยมี ดร. พีรภัทร ฝอยทอง’ โฆษกสภาทนายความฯ เป็นตัวแทนรับหนังสือ

คุณรัตน์ ผู้เสียหาย เล่าว่า เหตุการณ์เริ่มต้นจากลูกชายคนโตของคุณแม่ ถูกเพื่อนชักชวนให้ไปเปิดบัญชีธนาคารบัญชีดังกล่าวถูกนำไปใช้ในขบวนการบัญชีม้า จนกระทั่งถูกตำรวจจับกุมพร้อมของกลางขณะกำลังกดเงินที่ห้างสรรพสินค้าใน จ. สระบุรี เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2569 โดยมีผู้เสียหายแจ้งความไว้ ในชั้นสอบสวนลูกชายได้ให้การรับสารภาพ เนื่องจากพนักงานสอบสวนบอกว่าหากเซ็นรับสารภาพเรื่องจะจบเร็วขึ้น

จากนั้นได้มีการติดต่อทนายความ คนดังกล่าว โดยในเบื้องต้นมีการทำสัญญาว่าจ้างทนายความในวงเงิน 30,000 บาท และค่าเดินทางอีก 5,000 บาท เพื่อดำเนินการประกันตัวลูกชายในขั้นต้น แต่สุดท้ายทนายก็แจ้งว่าศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว


ต่อมา ทนายได้แจ้งกับ ตนเองว่า จะมีการไกล่เกลี่ยในชั้นสอบสวน พร้อม เรียกเงินเพิ่มอีก 350,000 บาท เพื่อไม่ให้ลูกชายต้องติดคุก ตนเองอยากช่วยลูกจึงต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา แต่สุดท้าย ศาลตัดสินจำคุกลูกชายเป็นเวลา 1 ปี 3 เดือน ทางทนายความแจ้งกับ ตนเองว่า ให้เตรียมเงินประกันตัว 200,000 บาท เพื่อนำไปวางต่อศาล ตนเองเกิดความสงสัยและโทรศัพท์ไปสอบถามที่ศาล กลับพบว่าไม่มีการยื่นเรื่องประกันตัวหรือวางเงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด จึงไปสอบถามกับทางทนายความ และขอเงินคืน ทนายความจึงโอนเงินคืนมาให้ 200,000 บาท

สำหรับเงินจำนวน 350,000 บาท ที่คุณแม่โอนไปก่อนหน้านี้ ทนายความ ยังไม่คืน ตนเองอยากได้เงิน จำนวนนี้กลับคืนมา เพราะครอบครัวเดือดร้อน ต้องหาเงินไปใช้หนี้ที่ยืมมา จึงมาขอให้ทางสภาทนายความฯ ดำเนินการตรวจสอบเรื่องมรรยาทนายคนดังกล่าว

 

‘ดร. พีรภัทร ฝอยทอง’ โฆษกสภาทนายความ เปิดเผยว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการมรรยาท โดยจะมีการประชุมกันอีกครั้งในวันที่ 21 พ.ค. นี้ ซึ่งหลังจากนั้น จะเปิดโอกาสให้ ทั้ง 2 ฝ่ายมาให้รายละเอียดกับคณะกรรมการ หากพบความผิด ก็จะมีมาตรการลงโทษตามลำดับ จากเบาไปหนัก ต่อไป พร้อมฝากเตือน ประชาชน ที่เจอเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ให้เข้ามาร้องเรียน ที่สภาทนายความฯ และสามารถตรวจสอบ บุคคลใดว่าเป็นทนายความหรือไม่ ก็สามารถเข้ามาสอบทางกับทางสภาทนายความฯ ได้เช่นกัน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่