สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า คำของบประมาณประจำปี 2570 ไม่มีการตั้งงบดูงานต่างประเทศและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูล เกี่ยวกับงบประมาณการเดินทางไปศึกษาดูงานต่างประเทศของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จนก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคมนั้น
ล่าสุด มีการยืนยันข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ดำเนินการปรับคำของบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 อย่างเป็นทางการ โดยกระบวนการดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการตัดลดตัวเลขงบประมาณเท่านั้น แต่เป็นการ “ทบทวนโครงสร้างงบประมาณทั้งระบบ” เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน
ในรายละเอียดเชิงลึก พบว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาตัดรายการงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศออกทั้งหมด รวมถึงงบประมาณค่าอาหาร ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และงบประมาณในหมวดค่าใช้จ่ายที่อาจถูกมองว่าไม่จำเป็นเร่งด่วน โดยมีการจัดลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายใหม่ เน้นไปที่ภารกิจหลักด้านนิติบัญญัติ การสนับสนุน การทำงานของคณะกรรมาธิการ และการให้บริการประชาชน
นอกจากนี้ กระบวนการจัดทำคำของบประมาณยังอิงตามแนวปฏิบัติและหนังสือเวียนที่สอดคล้องกับมติของ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ซึ่งได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐให้ “งดเว้น” หรือ “ลดจำนวน” การเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ เพื่อควบคุมรายจ่ายของภาครัฐอย่างเข้มงวด
แหล่งข่าวยังระบุเพิ่มเติมว่า การปรับงบประมาณในครั้งนี้ มีขั้นตอนผ่านการพิจารณาหลายระดับ ตั้งแต่หน่วยงานภายในของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร การกลั่นกรองโดยฝ่ายบริหารงบประมาณ และการจัดทำเอกสารคำของบประมาณที่ต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับกรอบวินัยการเงินการคลังของประเทศ
สำหรับเหตุผลสำคัญของนโยบายนี้ เป็นตามมติคณะรัฐมนตรีที่ต้องการประหยัดงบประมาณของประเทศ และนำทรัพยากรไปใช้ในการช่วยเหลือประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลก
ขณะเดียวกัน นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เน้นย้ำตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า แนวนโยบายการบริหารงาน ของฝ่ายนิติบัญญัติต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศ โดยยึดหลัก “ประหยัด โปร่งใส และคุ้มค่า” ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความท้าทาย ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจำเป็นต้องเป็นตัวอย่างในการใช้ งบประมาณอย่างมีวินัย โดยประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้ราษฎร ได้ผลักดันให้มีการบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภายใน ลดความซ้ำซ้อน และปรับลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น อาทิ งบประมาณศึกษาดูงานในต่างประเทศ ซึ่งถูกตัดออกในปีงบประมาณ 2570
นอกจากนี้ นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังได้ ชูนโยบายสำคัญในการ “แก้ไขและปรับปรุงกฎหมาย” เพื่อขับเคลื่อนประเทศ โดยมุ่งเน้นการปลดล็อกอุปสรรคเชิงกฎหมาย ที่กระทบต่อเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจ แทนการใช้งบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ช่วยลดภาระการคลังของรัฐในระยะยาว
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวของรัฐสภาสะท้อนถึงความพยายามของหน่วยงานภาครัฐในการปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจและข้อจำกัดด้านงบประมาณ และเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews