ทนายบิ๊กโจ๊ก ปัดพูด คลิปเสียงสินบนทองคำ คือ AI ดัดแปลง

อาชญากรรม ข่าว
 ทนายบิ๊กโจ๊ก ย้ำไม่เคยพูดคลิปเสียงคดีสินบนทองคำ คือ AI ดัดแปลง เพียงตั้งข้อสังเกตถึงการบันทึกเสียง ขอ ตร.แจงที่มาให้ชัดเจน นำตรวจที่ไหน ใครรับรอง พร้อมอ้างแหล่งข่าวให้ข้อมูล “เอ็ดเวิร์ด”กลับมาไทย 2-3 เดือน คนมีสีดูแลอยู่

 

 

วันนี้ ( 22 เม.ย.69)  นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของพลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือบิ๊กโจ๊ก   กล่าวถึงกรณีคลิปเสียงคดีสินบนทองคำ  หลังจากเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์สื่อ ในทำนองว่า ทนายความของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่าคลิปเสียงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินำมาเปิดเผยนั้น อาจเป็นการใช้โปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI  เพื่อดัดแปลงข้อมูล

 

โดย ทนายสัญญาภัชระ ระบุว่า  อยากเรียนไปถึง ท่านโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่า ขอให้รับฟัง ในสิ่งที่ตนเองแถลงให้ครบถ้วน  พร้อมกับย้ำว่า ตนเองไม่เคยพูดว่า คลิปเสียงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำมาเปิดนั้น เป็นการใช้ AI ดัดแปลง    ย้อนไปดูในเทปสัมภาษณ์ ก็ได้  เพราะฉะนั้นการที่ มาให้ข่าวในลักษณะนี้ ทำให้ตนเองรู้สึกไม่ดี เหมือนกับท่านบิดเบือนข้อมูลในสิ่งที่ตนเองพูด    พร้อมกับยืนยันในข้อมูลว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  รู้จักและสนิทกับ นายสามารถ หรือ เอ็ดเวิร์ดจริง แต่ข้อความที่ปรากฏในคลิปที่มีการนำมาเผยแพร่สู่สาธารณะนั้น ไม่ได้มีเนื้อหาตามที่ปรากฏในคลิปเสียง   โดยได้รับข้อมูลจากบิ๊กโจ๊ก เล่าว่า เอ็ดเวิร์ด มีความสนิทสนมกัน เพราะในอดีตเอ็ดเวิร์ด เคยมาขอคำปรึกษาเรื่องคดีความระหว่างทนายตั้มและเจ๊อ้อย ขอให้บิ๊กโจ๊กหาทนายความให้ จนได้ทนายอู๊ดมาดูแล คดี หลังจากนั้น เอ็ดเวิร์ดก็ได้บินไปพักรักษาตัวที่ประเทศอังกฤษ  ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ในคดีสินบนทอง เกิดขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2568    และเมื่อมีคดีทอง เอ็ดเวิร์ด ก็โทรมาปรึกษา ท่านรองโจ๊ก   จึงประสานให้ทนายอู้ดมาดูแลคดีให้เอ็ดเวิร์ด  พร้อมกันนี้ ท่านรองโจ๊ก ยอมรับว่า มีการโทรไลน์พูดคุยกับเอ็ดเวิร์ด ในเรื่องคดี แต่ให้การปฏิเสธชัดเจนว่า เนื้อหาในการพูดคุยตามคลิปที่มีการนำมาเผยแพร่ ไม่เคยพูดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้น

 

ทำให้ตนเองได้อธิบายกับสื่อมวลชน ในช่วงแถลงข่าวว่า การบันทึกเสียงเกิดขึ้นได้หลายวิธี ทั้งการเลียนเสียงมนุษย์  เหมือนกับนักแสดงตลก ที่เลียนแบบเสียง ท่านนายกฯประยุทธ์    หรือ อาจจะมีการทำเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งปัจจุบันเกิดขึ้นได้   จึงได้ให้ผู้สื่อข่าวลองพูด แล้วใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนเสียง เป็นเสียงของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์  ซึ่งทุกคนก็ยังคิดว่า เสียงเหมือน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตนเองก็พูดแค่นั้น   โดยที่ไม่ได้มีการพูดยืนยันข้อมูล ว่า  คลิปเสียงที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำมาเป็นเป็นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ดัดแปลงข้อมูล ยืนยันไม่เคยพูดแบบนั้น

 

ส่วนการดำเนินการ เรื่องของคลิป ฟังจากในข่าวก็ฟังไม่ชัด  ทีมทนายได้จากการถอดเทป และเทคโนโลยีที่ใช้ดัดแปลงเสียงเมื่อวาน เป็นเทคโนโลยีฟรี และใช้เวลาทำเพียงแค่ 2 นาที  ถ้ามีเทคโนโลยีหรือเครื่องมือที่ทันสมัย ก็สามารถทำเสียงแวดล้อม คลื่นลม ทำได้หมด  ก็เลยบอกว่า ให้หลายคนลองตั้งข้อสังเกต ดู

 

ส่วนคลิปเสียงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ยืนยันว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย ก็ต้องถามว่า ที่มาว่าคลิปเป็นของจริง  ควรต้องแถลงให้สังคมได้เข้าใจด้วยว่า คลิปดังกล่าว ตรวจที่ไหน วิธีไหน และใครเป็นผู้ตรวจ  ซึ่งคลิปนั้น ได้มาอย่างไร มาจากการดักฟัง หรือ ได้มาอย่างไร  ถ้าได้มาจากเอ็ดเวิร์ด ที่เข้าใจว่าอยู่ต่างประเทศ และที่สำคัญ ท่านรองโจ๊กคุยไลน์ กับเอ็ดเวิร์ด คงไม่โทรศัพท์ให้เปลืองเงิน เพราะค่าโทรน่าจะแพง อยากให้ มีการแถลงให้ชัดเจนว่า คลิปได้มาอย่างไร ได้มาจากการอัดเสียง เอาไปตรวจที่ใคร และใครรับรอง หรือไม่เช่นนั้น ก็เอาหลักฐานดังกล่าวไปต่อสู้ในชั้นศาลไม่ใช่มาเปิดข่าวรายวัน

 

ทนายสัญญา ยังบอกด้วยว่า ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า ตัวของนายสามารถ หรือเอ็ดเวิร์ด กลับมาประเทศไทยได้ 2-3 เดือนแล้ว  และพักอาศัยอยู่ที่ จ.ภูเก็ต อยู่ในการดูแลของคนมีสี  ดังนั้นปัญหาของการที่ตัวนายเอ็ดเวิร์ด ไปอยู่ในการดูแลของคนมีสี ก็เป็นโจทก์สำคัญที่ว่า  ซึ่งข้อมูลของบุคคลดังกล่าวนั้น ตนเองยังไม่ยืนยันในข้อเท็จจริง ว่า เอ็ดเวิร์ด กลับมาเมืองไทยและอยู่ในการดูแลของคนมีสีจริงหรือไม่   แต่ถ้าเป็นจริง ตำรวจมีการไปสอบปากคำเอ็ดเวิร์ดไว้หรือไม่  หรือการสอบเอ็ดเวิร์ด อยู่ในบริบทของการสอบสวนที่ชอบหรือไม่  และยังตั้งข้อสังเกตว่า  วันที่นำตัวผู้ถูกกล่าวหาในคดีสินบนทองคำ ไปส่งพนักงานอัยการ ปรากฎว่าคนที่พนักงานสอบสวนสั่งไม่ฟ้องคนเดียว คือ เอ็ดเวิร์ด  ดังนั้นการที่ เอ็ดเวิร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ถูกกล่าวหาตั้งแต่แรก แต่เมื่อถึงชั้นส่งสำนวนให้อัยการ พนักงานสอบสวน กลับสั่งไม่ฟ้องเอ็ดเวิร์ด  และมีคลิปเสียงการสนทนาปรากฏ ขึ้น ในภายหลังที่ พนักงานสอบสวนสรุปสำนวน  ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตของการได้มาซึ่งคลิปสนทนาดังกล่าว ว่า เกิดจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา  ขู่เข็ญ หลอกลวง อะไรหรือไม่ เพราะตัวของเอ็ดเวิร์ดเป็นนักธุรกิจ และมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องของการเป็นคดีความ หรือต้องขึ้นศาล  ในเรื่องนี้จึงยังเป็นประเด็นที่ทีมทนายความตั้งข้อสังเกตของการได้มาซึ่งคลิปเสียงดังกล่าว

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews