“กัญจนา”ร่ายยาว”วราวุธ-อดีตสส.”ซบน้ำเงิน ให้กำลังใจรบ.ฝ่าน้ำมันแพง

การเมือง ข่าว
“กัญจนา” ร่ายยาว”วราวุธ-อดีต สส.”ซบค่ายน้ำเงินเพื่อเพิ่มศักยภาพทำงาน พ้อหากไม่ย้ายอาจไม่ได้เป็น สส. ฝากสมาชิกช่วยทำความเข้าใจคนสุพรรณฯ ย้ำ “บรรหาร” ไม่ได้ก่อตั้งชาติไทย พร้อมให้กำลังใจรัฐบาลฝ่าปัญหาน้ำมันแพง ชี้เปิดใจกว้างดึงทุกฝ่ายร่วมแก้

 

น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญพรรค ครั้งที่ 2/2569 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยใช้เวทีดังกล่าวชี้แจงสถานการณ์ทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง รวมถึงกรณีการย้ายพรรคของนายวราวุธ ศิลปอาชา และอดีต สส.ของพรรคไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย

น.ส.กัญจนา ระบุว่า การย้ายพรรคในช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีเกิดความไม่เข้าใจ และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่ขอให้มองในข้อเท็จจริงว่า หากในวันนั้นนายวราวุธและสมาชิกพรรคไม่ตัดสินใจย้ายพรรค โอกาสที่จะได้รับเลือกตั้งหรือมีตำแหน่งเพื่อทำงานรับใช้ประชาชนอาจลดลงอย่างมาก

 

“หลายคนพูดว่าอยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ แต่ในความเป็นจริง การมีตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะตำแหน่งรัฐมนตรี ย่อมมีศักยภาพในการแก้ปัญหาและดูแลประชาชนได้มากกว่า”

น.ส.กัญจนา ชี้ว่า การเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล ทำให้สามารถเชื่อมโยงการทำงานกับหลายกระทรวง เพิ่มโอกาสในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการประสานงานเชิงนโยบายและงบประมาณ

น.ส.กัญจนา ยังกล่าวถึงกระแสดราม่าที่มีการวิจารณ์ว่า “วราวุธทิ้งพรรคที่พ่อสร้าง” โดยย้ำว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งพรรคชาติไทย แต่พรรคมีการจัดตั้งตั้งแต่ปี 2517 ก่อนที่นายบรรหารจะเข้ามาร่วมงานภายหลัง เพื่อใช้เป็นเวทีทางการเมืองในการทำงานรับใช้ประชาชน ทั้งนี้ เปรียบเทียบว่า การตัดสินใจของนายวราวุธในปัจจุบัน ก็ไม่ต่างจากอดีตที่นายบรรหารเลือกพรรคการเมืองที่เปิดโอกาสให้สามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ ดังนั้นจึงไม่ใช่การ “ทิ้งพรรค” แต่เป็นการเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการทำงานเพื่อประชาชน เพราะไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไรไม่สำคัญ แต่สำคัญคือเสื้อนั้นเปิดโอกาสให้ทำงานเพื่อประชาชนได้มากแค่ไหน

 

พร้อมกันนี้ ยังเปิดเผยว่า พรรคภูมิใจไทยให้เกียรตินายวราวุธอย่างมาก โดยจัดลำดับบัญชีรายชื่อไว้ในอันดับที่ 3 ต่อจากหัวหน้าและเลขาธิการพรรค สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญในพรรค โดย น.ส.กัญจนา ยังขอให้สมาชิกพรรคช่วยกันสื่อสารทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ พร้อมย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคภูมิใจไทยเป็นลักษณะ “พรรคพี่พรรคน้อง” ที่สามารถประสานการทำงานร่วมกันได้ หากประชาชนในพื้นที่มีปัญหาสามารถแจ้งผ่านพรรคเพื่อประสานงานต่อไป

ในช่วงท้าย น.ส.กัญจนา กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นว่า เป็นผลกระทบจากปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อราคาพลังงานทั่วโลก ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากภายในประเทศเพียงอย่างเดียว ซึ่งรัฐบาลได้พยายามออกมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีของการบริหารประเทศในช่วงวิกฤต

น.ส.กัญจนา ยังให้กำลังใจรัฐบาลในการทำงาน โดยเชื่อว่ารัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นความคิดเห็น และพร้อมรับฟังข้อเสนอจากทุกฝ่าย รวมถึงการดึงบุคลากรจากต่างพรรคการเมืองเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา ถือเป็นแนวทางที่สร้างสรรค์ พร้อมกันนี้ ยังแสดงความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศจะไม่ยืดเยื้อ และเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ราคาน้ำมันก็จะปรับตัวลดลง

 

“โควิด-19 ที่หนักหนาเรายังผ่านกันมาได้ วิกฤตครั้งนี้ก็ต้องผ่านไปได้ ขอให้ทุกคนช่วยกันปรับตัว และอย่าให้ใจร้อนไปตามสภาพอากาศ” น.ส.กัญจนา กล่าว พร้อมส่งกำลังใจให้ทั้งรัฐบาลและประชาชนในการฝ่าฟันสถานการณ์ครั้งนี้ร่วมกัน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่