“โสภณ”ขอจบดราม่าอาหารกลางวัน สส. แจง”ตลก”ไม่ได้หมายถึงนโยบาย

การเมือง ข่าว

 

 

“ประธานโสภณ”ขอจบดราม่าอาหารกลางวัน สส. แจงคำว่า “ตลก”ไม่ได้หมายถึงนโยบาย ย้ำพร้อมแก้ทุกอย่างหากเป็นประโยชน์ มั่นใจ โหวตนายกฯ 19 มี.ค. ไม่วุ่นวาย

 

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอปิดประเด็นดราม่า “อาหารกลางวัน สส.” พร้อมชี้แจงกรณีที่กล่าวคำว่า “ตลก” จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม โดยยืนยันว่า ไม่ได้หมายถึงข้อเสนอเรื่องการตัดงบอาหารกลางวัน แต่หมายถึงจังหวะและกาลเทศะของการอภิปรายที่ไม่เหมาะสม พร้อมย้ำการทำงานจะยึดผลลัพธ์มากกว่าภาพลักษณ์

 

นายโสภณ เปิดเผยภายหลังเข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรกว่า ได้จัดพิธีทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยนิมนต์สมเด็จพระพุฒาจารย์จากวัดไตรมิตรฯ มาประกอบพิธี พร้อมระบุว่า การเริ่มต้นที่ดีจะนำไปสู่การทำงานที่ราบรื่น และยึดหลักธรรมในการดำเนินชีวิตและการทำงานมาโดยตลอด รวมถึงได้ร่วมรับประทานอาหารกับข้าราชการรัฐสภาอย่างเรียบง่าย โดยใช้งบประมาณส่วนตัว

 

ประธานสภาฯ กล่าวถึงประเด็นดราม่าที่เกิดขึ้นว่า เป็นการนำเสนอคำพูดไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยคำว่า “ตลก” ที่ตนกล่าวนั้น ไม่ได้พาดพิงถึงข้อเสนอการตัดงบสวัสดิการ แต่หมายถึงการอภิปรายในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งที่เป็นประเด็นที่มีการพูดถึงมานานแล้วในหลายสมัยแต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ทั้งนี้ เรื่องสวัสดิการอาหารกลางวัน สส. มี 2 มุมที่ต้องพิจารณา คือ หนึ่ง สภาควรมีสวัสดิการให้สมาชิกหรือไม่ และมีความเหมาะสมเพียงใด และสอง หากไม่มีสวัสดิการ สมาชิกที่อาสาเข้ามาทำงานควรยอมรับได้หรือไม่ ซึ่งต้องชั่งน้ำหนักด้วยเหตุผลและความเหมาะสม พร้อมย้ำว่า “สิ่งใดที่ประชาชนไม่สบายใจ หรือไม่ก่อให้เกิดศรัทธา ก็ควรได้รับการปรับปรุงแก้ไข” และสิ่งไหนที่เคยมี ไม่ได้แปลว่าจะแก้ไม่ได้ หากสถานการณ์เปลี่ยนก็ต้องปรับ แต่ต้องขอเวลา และต้องทำด้วยเหตุด้วยผล พร้อมขอให้ยุติการตั้งคำถามซ้ำในประเด็นดังกล่าว โดยย้ำว่า หากเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ก็พร้อมดำเนินการโดยไม่ยึดติด

 

นายโสภณ ชี้แจงว่า โครงการอาหารกลางวัน สส. ไม่ใช่นโยบายของประธานสภา แต่เป็นงบประมาณสวัสดิการที่ฝ่ายเลขาธิการสภาจัดทำและเสนอในงบประมาณประจำปี หากมีความเห็นร่วมกันว่าสมควรยกเลิก ก็สามารถตัดงบประมาณส่วนนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณา แต่ต้องรับฟังความคิดเห็นผู้ปฏิบัติงานร่วมกันอย่างรอบด้าน

 

ในบริบทของสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน นายโสภณ ระบุว่า เป็นช่วง “ข้าวยากหมากแพง” จึงมีการประชุมมาตรการประหยัดพลังงาน และทบทวนสวัสดิการต่าง ๆ ว่า ส่วนใดควรลดหรือปรับปรุง โดยขอให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่อารมณ์หรือข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน พร้อมกันนี้ ยังขอให้แยกแยะการวิจารณ์นักการเมืองเป็นรายบุคคล ไม่เหมารวมทั้งหมด โดยระบุว่า “นิ้วไหนไม่ดีก็ตัดทิ้ง ไม่ใช่เผาบ้านทั้งหลังเพราะหนูตัวเดียว” เนื่องจากการวิจารณ์แบบเหมารวมอาจทำให้คนดีหมดกำลังใจและไม่อยากเข้ามาทำงานการเมือง

 

นายโสภณ ยอมรับว่า สถานการณ์ที่ผ่านมาได้ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อการเมือง เนื่องจากมีการพูดมากกว่าการลงมือทำ และบางครั้งเป็นการพูดเพื่อเอาใจความรู้สึกของสังคม แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง จึงย้ำว่าการฟื้นความเชื่อมั่นต้องอาศัยการกระทำที่เป็นรูปธรรม

สำหรับบทบาทในฐานะประธานสภาฯ นายโสภณ ระบุว่า ไม่มองเป็นความท้าทาย แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องทุ่มเทด้วยใจ และจะพยายามทำให้ดีที่สุด โดยเตรียมวางแนวทางประเมินผลการทำงาน (KPI) เพื่อยกระดับการทำงานของสภาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังยอมรับว่า ตนติดตามความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน แม้บางส่วนจะเป็นการวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงหรือการปรามาส แต่ก็สะท้อนภาพลักษณ์ของสภาที่ถูกมองว่าไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจำเป็นต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น

 

ส่วนในประเด็นการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคมนี้ นายโสภณ ยืนยันว่า จะไม่เกิดความวุ่นวายซ้ำรอยการเลือกประธานสภา โดยทุกอย่างจะเป็นไปตามข้อบังคับ และเชื่อว่าภาพที่ออกมาจะสะท้อนการทำงานที่มีวุฒิภาวะมากขึ้น พร้อมกันนี้ ยังไม่กังวลต่อกรณีการเล่นเกมการเมือง เช่น การนับองค์ประชุมให้สภาล่ม โดยย้ำว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรม และยึดกติกาเป็นหลัก เพื่อให้สภาเป็นพื้นที่ของคนที่มีคุณธรรม และทำให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าได้อย่างสง่างาม

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews