เกิดวิกฤตอะไรบ้างก่อน “อนุทิน” นั่งตำแหน่งนายกฯ คนที่33

ทั่วไป ข่าว

 

วิกฤตหนักทั้งมรสุมการเมือง ภัยพิบัติ พลังงาน บททดสอบหนักก่อน อนุทิน’ นั่งนายกฯ คนที่33

 

ก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม 2569 ซึ่งคาดว่า อนุทิน ชาญวีรกูลจะก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย ไม่น่าจะพลิกโผและหากย้อนมองเส้นทางการเมืองที่ผ่านมา จะพบว่า เจ้าตัวต้องเผชิญกับวิกฤตสำคัญหลายระลอก เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ “มรสุมรุมเร้า” อย่างต่อเนื่อง

ย้อนกลับไปในปี 2563 ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลกอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาแสดงความมั่นใจว่าระบบสาธารณสุขไทยสามารถควบคุมสถานการณ์ได้พร้อมย้ำว่าการพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากไม่ใช่ความล้มเหลว แต่สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการตรวจหาเชื้ออย่างไรก็ตาม วาทะต่อมาอย่าง “โควิดกระจอก” ได้กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักโดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์การระบาดระลอกใหม่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปีเดียวกันส่งผลให้รัฐบาลต้องเผชิญแรงกดดันทั้งด้านสาธารณสุขและความเชื่อมั่นของประชาชน

ถัดมาในปี 2568 จังหวะของการนั่งเก้านายกฯรักษาการ ได้2เดือนกว่า ๆ ก็เจอกับวิกฤตน้ำท่วมสถานการณ์อุทกภัยอีกครั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากฝนตกต่อเนื่องและน้ำหลากฉับพลัน ประชาชนจำนวนมากตั้งตัวไม่ทันขณะเดียวกัน การบริหารจัดการของภาครัฐถูกตั้งคำถามในหลายมิติ ทั้งเรื่องการแจ้งเตือนล่วงหน้าการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เกิดความซ้ำซ้อนและล่าช้าในบางพื้นที่ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบบริหารจัดการภัยพิบัติในระดับพื้นที่

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกส่งผลให้ราคาพลังงานผันผวนและสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

ซึ่ง อนุทิน ได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมออกมาตรการประหยัดพลังงานในหน่วยงานราชการ และเตรียมแผนรองรับผลกระทบที่อาจลุกลามสู่ภาคประชาชนและขอความร่วมมือประชานช่วยกันประหยัดพลังงานในการใช้ชีวิจประจำวัน

ขณะเดียวกัน ยังมีความท้าทายเชิงโครงสร้างที่ต้องรับมืออย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติดในพื้นที่ระดับชุมชน การจัดระเบียบผู้มีอิทธิพลการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว รวมถึงการรับมือภัยแล้งและน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหลายภูมิภาค ซึ่งล้วนเป็น “โจทย์ใหญ่” ของกระทรวงมหาดไทย

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำ อนุทิน ชาญวีรกูลต้องผ่านทั้งวิกฤต ด้านสาธารณสุข ภัยพิบัติธรรมชาติ และแรงกดดันด้านพลังงานและเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่องฉะนั้นประชาชน มักคาดหวังกับผู้นำที่รับมือมาหลากหลายสถานการณ์

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews