ทรู ผนึก QTRic และ qBraid จัดงาน “SEA Quantum Leader Summit 2026”

ทั่วไป

เปิดประตูสู่อนาคต! ทรู ผนึก QTRic และ qBraid จัดงาน “SEA Quantum Leader Summit 2026” เวทีรวมสุดยอดผู้นำด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับนานาชาติ ดันไทยขึ้นแท่นฮับอาเซียน

กรุงเทพฯ 9 มิถุนายน 2569  – ประเทศไทยกำลังก้าวสู่อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง เมื่อทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึกกำลังร่วมกับ เครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมแห่งประเทศไทย (Quantum Technology Research Initiative Consortium Thailand : QTRic) และ qBraid ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการประมวลผลควอนตัมชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วย หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพค.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรมจากนานาประเทศ ร่วมจัดงาน “SEA Quantum Leader Summit 2026” การประชุมรวมสุดยอดผู้นำด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่ของภูมิภาค จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2569  ซึ่งได้รับเกียรติจาก คุณดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิด โดยมี
ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ และประธานคณะผู้บริหารด้านยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมด้วยผู้บริหารจากทรู คอร์ปอเรชั่น  นำโดย คุณศรินทร์รา
วงศ์ศุภลักษณ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล  คุณเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม
และคณะผู้จัดงาน ให้การต้อนรับ ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

งาน SEA Quantum Leader Summit 2026  ถือเป็นเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่รวมตัวผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย ผู้กำหนดนโยบาย และผู้นำนวัตกรรมจากทั้งภาครัฐและเอกชน มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศควอนตัมของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล  นอกจากการสัมมนาเชิงยุทธศาสตร์แล้ว ผู้เข้าร่วมงานยังได้เดินทางไปยังเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เพื่อเข้าสู่กระบวนการ Hackathon ศึกษาปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมเก็บข้อมูลนำมาออกแบบนวัตกรรมควอนตัมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ภายในงาน ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค ได้มีการบรรยายพิเศษจากตัวแทนองค์กรชั้นนำระดับโลกและหน่วยงานสำคัญของไทย ที่มาร่วมเจาะลึกทิศทาง มุมมองเชิงยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีควอนตัม รวมถึงเทรนด์การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีควอนตัมทั้งในระดับประเทศและระดับสากล

พลิกโฉมอนาคตไทยสู่ยุคควอนตัม: ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ปักธงเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งอาเซียน 

คุณดนุพร ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า งาน SEA Quantum Leaders Summit 2026 เป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการสะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันของทุกภาคส่วนในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของภูมิภาค โดยเฉพาะการลงนามความร่วมมือระหว่าง qBraid และ QTRic ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศด้าน AI และเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเร่งพัฒนานวัตกรรมและต่อยอดงานวิจัยสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม ควบคู่กับการพัฒนาคน สร้างนักวิจัยและผู้นำเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคตของประเทศไทย โดยเทคโนโลยีควอนตัมจะมีบทบาทสำคัญในการยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบบสาธารณสุข และพลังงานแห่งอนาคต พร้อมกับการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การใช้ประโยชน์จากซอฟต์พาวเวอร์ของไทย และการพัฒนาพื้นที่ทดสอบนวัตกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลกและเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน

สกสว. ทุ่มงบวิจัย ปั้น “ควอนตัม” เป็นวาระแห่งชาติ ยกระดับขีดความสามารถเทคโนโลยีไทย

ศ.ดร.คมกฤต  เล็กสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (สกสว.)  ได้เล่าถึงบทบาทที่สำคัญของ สกสว.ว่า   สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม  ได้เดินหน้าบริหารงบวิจัย 7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเร่งขับเคลื่อนนวัตกรรมและงานวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย เตรียมพร้อมพลิกโฉมอนาคตด้วยเทคโนโลยีควอนตัม ซึ่งมีศักยภาพในการยกระดับการประมวลผลข้อมูลมหาศาลและแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว ช่วยแก้ปัญหาด้านโลจิสติกส์ และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง สกสว. ได้จัดสรรงบประมาณร้อยละ 40 เป็นทุนพื้นฐานสำหรับมหาวิทยาลัยและหน่วยวิจัย ขณะที่ร้อยละ 60 เป็นทุนเชิงกลยุทธ์ ดำเนินการผ่านหน่วยบริหารจัดการทุน เพื่อผลักดันงานวิจัยที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ  ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ระยะที่ 2 นี้ การพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมได้ถูกยกระดับให้เป็นวาระสำคัญแห่งชาติ พร้อมวางรากฐานระบบนิเวศควอนตัม การพัฒนาบุคลากร และการจัดตั้งศูนย์ควอนตัมแห่งชาติ โดยมุ่งต่อยอดสู่ 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เกษตรและอาหาร พลังงานและวัสดุขั้นสูง และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน

ก้าวข้ามยุคดิจิทัล สู่ยุคควอนตัม: โอกาสครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

รศ.ดร.วรวัฒน์ มีวาสนา ประธานเครือข่ายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีควอนตัมแห่งประเทศไทย (Quantum Technology Research Initiative Consortium Thailand : QTRic)  ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคเทคโนโลยีควอนตัมอย่างเป็นรูปธรรม หลังวางรากฐานและสร้างระบบนิเวศควอนตัมต่อเนื่องกว่า 6 ปี ภายใต้การสนับสนุนของ บพค. และ สกสว. พร้อมเครือข่ายนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 คนทั่วประเทศ  จากจุดเริ่มต้นในห้องปฏิบัติการสู่การปลดล็อกศักยภาพคอมพิวเตอร์ควอนตัม เทคโนโลยีที่จะพลิกโลก ซึ่งเปรียบได้กับการเปลี่ยนผ่านจากยุคอนาล็อกสู่ดิจิทัล ด้วยศักยภาพการประมวลผลที่ทรงพลังใช้พลังงานน้อยลง พร้อมผนึกกำลังกับเทคโนโลยี AI สามารถยกระดับอุตสาหกรรมสำคัญตั้งแต่โลจิสติกส์ พลังงานสะอาด จนถึงสาธารณสุข โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโลกได้ถึง 1-2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 4-10 ปีข้างหน้า หรือ 2-4 เท่าของ GDP ประเทศไทย  โจทย์สำคัญของไทยคือการร่วมกำหนดอนาคตเศรษฐกิจควอนตัม ผ่านการพัฒนาบุคลากร การผลักดันงานวิจัยสู่การใช้งานจริง และเชื่อมโยงความร่วมมือระดับอาเซียนและนานาชาติ  พร้อมใช้จุดแข็งด้านวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์  ดึงดูดกลุ่มทาเลนต์ นักลงทุน และผู้ประกอบการเทคโนโลยีจากทั่วโลก  โดยมีเป้าหมายคือการสร้าง “ASEAN hub of quantum use cases” ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมและโซลูชันตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน  พร้อมยกระดับประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญา และผู้นำเทคโนโลยีควอนตัมแห่งภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

เครือซีพีและทรู เปิดเกม Quantum AI วางรากฐานไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมระดับภูมิภาค

คุณเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า เครือซีพีและทรู เดินหน้ายกระดับประเทศไทยสู่ยุคใหม่ของนวัตกรรม ด้วยการผนึกศักยภาพศูนย์ความเป็นเลิศ (Center of Excellence) ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ให้ทำงานเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว พร้อมวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานนวัตกรรมอัจฉริยะของไทย ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ BioTech, Data Center และ Digital AI & Robotics พร้อมต่อยอดสู่ Quantum AI ซึ่งถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของโลกเทคโนโลยีในยุคหลัง AI เพื่อแก้โจทย์ความท้าทายระดับประเทศและระดับโลกตั้งแต่การค้นคว้าวิจัยยาและวัคซีน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการพลังงาน ไปจนถึงการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์  ด้วยความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง QTRic และ qBraid โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวจากการเป็นผู้ใช้สู่ผู้สร้างนวัตกรรมระดับภูมิภาค ผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.การยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยการลดความซับซ้อนและขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพื่อสร้างคุณค่าสูงสุดให้ทั้งองค์กรและผู้บริโภค 2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะแบบอัตโนมัติครบวงจร  ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มโทรคมนาคมเท่านั้น แต่พร้อมขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วยในอนาคต  3. การประยุกต์ใช้ Digital Twin เพื่อสร้างแบบจำลองเสมือนขององค์กร เมืองอัจฉริยะ และระบบต่าง ๆ ช่วยให้สามารถทดสอบสถานการณ์ คาดการณ์ผลลัพธ์ และวางแผนได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น 4. Quantum Safe เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อให้ทุกระบบที่มีอยู่ในปัจจุบันมีความปลอดภัยและป้องกันข้อมูลได้จริง โดยมีเป้าหมายหลักคือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามในยุค Post-Quantum ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังมีแผนริเริ่ม “Thailand Quantum Club” เปิดพื้นที่การเรียนรู้และสร้างการมีส่วนร่วมให้กับผู้ที่สนใจเทคโนโลยีควอนตัม  ได้พัฒนานวัตกรรมในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยมุ่งทำให้เทคโนโลยีควอนตัมเป็นเรื่องใกล้ตัว พร้อมวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรมที่เอื้อต่อการพัฒนาบุคลากรและการต่อยอดองค์ความรู้ของคนไทยสู่เวทีโลก ตลอดจนผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีควอนตัมของภูมิภาคในอนาคต

ปฏิวัติโลกเทคโนโลยี: ผสานพลัง AI และคอมพิวเตอร์ควอนตัม ขับเคลื่อนสู่โครงสร้างพื้นฐานใหม่แห่งยุคดิจิทัล

Mr.Ricky Young ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ qBraid ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการประมวลผลควอนตัมชั้นนำจากสหรัฐอเมริกา  กล่าวถึงการทำงานของควอนตัมไว้ว่า  การผสานพลังระหว่าง AI และคอมพิวเตอร์ควอนตัม กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของโลกเทคโนโลยี ผ่านระบบ Agentic Framework ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agents ซึ่งเปลี่ยนการเขียนโค้ดควอนตัมอันซับซ้อนให้เป็นการสั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ พร้อมบริหารจัดการการทำงานร่วมกันระหว่างทรัพยากรประมวลผลขั้นสูงได้อัตโนมัติ  ด้วยกระแสการลงทุนด้านควอนตัมทั่วโลกที่มีมูลค่ากว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนชั้นนำ ขณะที่แพลตฟอร์มอย่าง qBraid ที่เปิดโอกาสให้นักวิจัย นักพัฒนาและผู้กำหนดนโยบายเข้าถึงฮาร์ดแวร์ควอนตัมและเครื่องมือ AI ได้ง่ายขึ้น ช่วยปลดล็อกและนำไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในงานวิจัยขั้นสูง ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพระบบการเงิน โลจิสติกส์ ตลาดทุน  โดรนอัจฉริยะ และการบริหารจัดการทรัพยากรที่ซับซ้อน สะท้อนให้เห็นว่า AI และควอนตัม ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของนวัตกรรมและเศรษฐกิจดิจิทัลยุคใหม่ พร้อมเปิดโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเร่งพัฒนาบุคลากร สร้าง Use Case เชิงอุตสาหกรรม และผลักดันให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ควอนตัมระดับชาติปี 2027 เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม