ทรู คอร์ปอเรชั่น เคียงข้างชุมชนเกาะไทย ร่วมภารกิจ 30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026 ฟื้นฟูทะเลไทยในวันมหาสมุทรโลก 8 มิถุนายน พร้อมนำพลัง 5G เชื่อมความร่วมมือสู่การท่องเที่ยวยั่งยืน
-
ขยายโครงการ “E-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ” สู่ชุมชนหมู่เกาะ ลด “ภัยเงียบ” จากขยะอิเล็กทรอนิกส์
-
จัดทีมทรูภูมิภาคร่วมขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทะเลและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
-
หนุนพื้นที่เกาะด้วยโครงข่าย 5G และ AI เพื่อสัญญาณที่เสถียรพร้อมบริหารพลังงานอย่างคุ้มค่า


8 มิถุนายน 2569 – เนื่องในวันมหาสมุทรโลก (World Ocean Day) 8 มิถุนายน ซึ่งทั่วโลกใช้เป็นวาระสำคัญในการสร้างความตระหนักถึงคุณค่าของมหาสมุทรและการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจเครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทย สนับสนุนโครงการ “30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026” นำร่องที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมนำทีมทรูภูมิภาคลงพื้นที่ร่วมกับชุมชน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว อาสาสมัคร และภาคีเครือข่ายกว่า 30 เกาะทั่วประเทศ เพื่อร่วมฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ลดปัญหาขยะทั่วไปบนเกาะและขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ ทรูยังนำศักยภาพด้านโครงข่าย 5G สนับสนุนการสื่อสารและการประสานงานของภาคีเครือข่าย ควบคู่กับการดูแลคุณภาพสัญญาณและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ชุมชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล

การเข้าร่วมภารกิจครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของทรูในฐานะองค์กรเทเลคอม-เทคโนโลยีที่ไม่ได้มองโครงข่ายเป็นเพียงสัญญาณการสื่อสาร แต่เป็น “พลังเชื่อมต่อ” ที่ช่วยให้ชุมชนเกาะสามารถสื่อสาร ประสานงาน สร้างการรับรู้ และต่อยอดเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเล ซึ่งอินเทอร์เน็ตและสัญญาณที่เสถียรกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของทั้งชีวิตประจำวัน ธุรกิจชุมชน และประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ทรูยังพร้อมเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระยะยาวระหว่างชุมชน ภาคธุรกิจท่องเที่ยว หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อดูแลทะเลไทยซึ่งเป็นทั้งทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งรายได้ และหัวใจของคุณภาพชีวิตชุมชนชายฝั่ง และหมู่เกาะทะเล

คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทะเลไม่ใช่เพียงทรัพยากรธรรมชาติ แต่คือชีวิต เศรษฐกิจ และความภาคภูมิใจของชุมชนเกาะไทย ทรูจึงยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสิ่งแวดล้อมทางทะเล ผ่านบทบาทที่เราทำได้ดีที่สุด คือการเชื่อมต่อผู้คน ชุมชน ภาคธุรกิจท่องเที่ยว และเครือข่ายอาสาสมัคร ด้วยโครงข่าย 5G และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้การสื่อสาร การประสานงาน และการสร้างการมีส่วนร่วมด้านสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ นอกจากการลดปัญหาขยะทั่วไปที่ส่งผลกระทบต่อทะเลแล้ว ทรูยังให้ความสำคัญกับการสร้างความตระหนักรู้เรื่องขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste ซึ่งเป็นภัยเงียบที่หลายคนอาจมองข้าม หากกำจัดไม่ถูกวิธีอาจเสี่ยงต่อการปล่อยสารพิษและโลหะหนักซึ่งเป็นอันตรายสู่แหล่งน้ำและระบบนิเวศทางทะเลได้เช่นกัน เราเชื่อว่าเทคโนโลยีที่ดีต้องไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีที่เร็วขึ้นหรือทันสมัยขึ้นเท่านั้น แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมเติบโตไปด้วยกันได้อย่างสมดุล การร่วมสนับสนุน 30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำ Tech for Good มาใช้ในชีวิตจริง เพื่อเชื่อมพลังเล็กๆ ของทุกคนให้กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายยิ่งใหญ่ต่อทะเลไทย”

ทรู คอร์ปอเรชั่น ขยายโครงข่าย 5G และ 4G ครอบคลุมทั้งพื้นที่เกาะและพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศด้วยศักยภาพของการมีคลื่นความถี่ครบทุกย่านมากที่สุดในไทย พร้อมนำ AI มาดูแลคุณภาพสัญญาณตลอด 24 ชั่วโมง และบริหารพลังงานสถานีฐานอัจฉริยะ ปรับการทำงานอัตโนมัติตามปริมาณการใช้งานจริง ลดการสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่กระทบคุณภาพสัญญาณ ควบคู่กับการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์ สะท้อนแนวทางการพัฒนาโครงข่ายที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กิจกรรม โครงการ 30+ Islands Clean-Upในปีนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมสู่การประชุม Thailand Sustainable Island Tourism Symposium 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 มิถุนายน 2569 ณ เกาะสมุย เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเกาะอย่างยั่งยืนในระดับประเทศต่อไป

ด้านนายอรรถ อรุณรัตนพงษ์ หัวหน้าสายงานบริหารจัดการระดับภูมิภาค ภาคใต้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “จากการดูแลพื้นที่ภาคใต้ เราเห็นชัดว่า จังหวัดท่องเที่ยวและหมู่เกาะสำคัญของภาคใต้ เช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า มีพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลที่เฉพาะตัว โดยเฉพาะในช่วงวันหยุด ฤดูกาลท่องเที่ยว และช่วงกลางคืน ซึ่งเป็นเวลาที่ร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว นักท่องเที่ยว รวมถึงกลุ่ม Workation มีการใช้งานดาต้าเพิ่มสูงขึ้น ทั้งการใช้งานโซเชียลมีเดีย วิดีโอคอนเทนต์ แชร์ประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบเรียลไทม์ การประชุมออนไลน์ ชำระเงินออนไลน์และบริการดิจิทัลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง”

นายอรรถ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับชุมชนเกาะ การเชื่อมต่อที่ครอบคลุมและเสถียรจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องความเร็วของสัญญาณ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นแข่งขันได้ ช่วยให้นักท่องเที่ยวมั่นใจ และช่วยให้ชุมชนเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ในเศรษฐกิจดิจิทัล ทรูจึงนำ AI มาช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานในพื้นที่ เพื่อดูแลคุณภาพสัญญาณและพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์แต่ละกลุ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Tourist SIM, eSIM สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แพ็กเกจอินเทอร์เน็ตสำหรับ Work from Anywhere รวมถึงโซลูชันดิจิทัลสำหรับร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจชุมชนในพื้นที่ พร้อมกันนี้เรายังจัดทีมสอนการใช้งานโซเชียลมีเดียเพื่อทำการค้าให้กับชุมชนและนักเรียนที่สนใจ”


นอกจากนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ติดระดับ Top 1% บริษัทที่มีความยั่งยืนที่สุดของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 จาก S&P Global สะท้อนศักยภาพขององค์กรไทยบนเวทีสากล และความมุ่งมั่นขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งด้านโครงข่าย พลังงาน ประสบการณ์ลูกค้า ความปลอดภัยดิจิทัล การศึกษา และการพัฒนาบุคลากร โดยใช้เทคโนโลยีและ AI เป็นกลไกหลักในการเปลี่ยนเป้าหมาย ESG ให้เป็นผลลัพธ์ที่วัดได้จริง

สำหรับการเข้าร่วมสนับสนุนโครงการ “30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026” ยังเป็นการแสดงความมุ่งมั่นของทรู คอร์ปอเรชั่น ในการนำความยั่งยืนเข้าสู่ทุกกระบวนการทำงาน ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงการปฏิบัติจริง เพื่อให้องค์กรเติบโตอย่างมีวินัย ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และสร้างสมดุลที่ยั่งยืนทั้งต่อธุรกิจ ผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำแนวทางที่ได้รับการจัดอันดับจาก S&P Global อีกด้วย

พร้อมกันนี้ ทรูยังใช้โอกาสจากความร่วมมือในโครงการ 30+ Islands Clean-Up: So Cool Mission 2026 นำโครงการ “E-Waste ทิ้งถูกที่ ดีต่อใจ” สู่ชุมชนหมู่เกาะ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่าภัยคุกคามต่อทะเลไม่ได้มีเพียงขยะพลาสติก แต่รวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจปล่อยสารอันตรายสู่ระบบนิเวศทางทะเลหากกำจัดไม่ถูกวิธี โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนชาวเกาะสามารถนำขยะอิเล็กทรอนิกส์มาที่จุดรับทิ้งของทรู พร้อมอำนวยความสะดวกล่าสุดผ่าน True App ที่ช่วยค้นหาจุดทิ้ง ติดตามผลด้านสิ่งแวดล้อม และรับสิทธิพิเศษจากการมีส่วนร่วม เพื่อนำไปรีไซเคิลและจัดการอย่างเป็นระบบ โดยทรูจะนำ E-Waste เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างถูกต้องตามแนวทาง “Zero E-Waste to Landfill” ลดการใช้ทรัพยากรใหม่และสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สอดคล้องกับเป้าหมาย SDG 12 ด้านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน และ SDG 13 เพื่อร่วมดูแลทะเลไทย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งต่อคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนและคนรุ่นต่อไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://true.th/campaign/e-waste



