“เบบี้แอนด์มัมฯ” จับมือ “นาโนเทค” ชี้ “มีลูกยาก” อาจไม่ใช่แค่อายุ เปิดมุมมอง “Longevity” สู่สุขภาพระดับเซลล์และการเจริญพันธุ์
ท่ามกลางแนวโน้มผู้หญิงยุคใหม่มีบุตรในช่วงอายุที่มากขึ้น ปัญหา “มีลูกยาก” กลายเป็นโจทย์สุขภาพสำคัญที่ไม่อาจอธิบายด้วยคำว่า “อายุ” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่เชื่อมโยงลึกไปถึงระดับเซลล์ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสมดุลของร่างกายทั้งระบบ แนวคิด “Longevity” หรือศาสตร์แห่งการมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว จึงเชื่อมโยงกับ “สุขภาพการเจริญพันธุ์” โดยไม่ได้มองเพียงการยืดอายุขัย แต่เน้นการดูแล “คุณภาพของเซลล์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวมและความพร้อมของระบบสืบพันธุ์

ท่ามกลางแนวโน้มผู้หญิงยุคใหม่มีบุตรในช่วงอายุที่มากขึ้น ปัญหา “มีลูกยาก” กลายเป็นโจทย์สุขภาพสำคัญที่ไม่อาจอธิบายด้วยคำว่า “อายุ” เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป หากแต่เชื่อมโยงลึกไปถึงระดับเซลล์ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสมดุลของร่างกายทั้งระบบ แนวคิด “Longevity” หรือศาสตร์แห่งการมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว จึงเชื่อมโยงกับ “สุขภาพการเจริญพันธุ์” โดยไม่ได้มองเพียงการยืดอายุขัย แต่เน้นการดูแล “คุณภาพของเซลล์” ซึ่งเกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยรวมและความพร้อมของระบบสืบพันธุ์

ด้าน ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี ผู้อำนวยการแผนงานนวัตกรรมแพลตฟอร์มสารออกฤทธิ์จากสมุนไพรไทยเพื่อความงาม สุขภาพ และอายุยืนยาว (PhytoEX) ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (NANOTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาโรคมะเร็งและการแก่ชรา อธิบายว่า ในทางวิทยาศาสตร์ แนวคิด Longevity มีรากฐานอยู่บน “Aging Biology” หรือชีววิทยาของการแก่ ซึ่งเป็นกระบวนการสะสมความผิดปกติของร่างกายในระดับเซลล์อย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ความเสียหายของสารพันธุกรรม (DNA) การเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของยีน ไปจนถึงความเสื่อมของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย กลไกเหล่านี้ไม่เพียงเชื่อมโยงกับโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ หรือมะเร็ง แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์อีกด้วย
“สิ่งที่ค้นพบชัดเจนในปัจจุบันคือ กลไกการแก่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังจำนวนมาก และแนวคิดสุขภาพยุคใหม่จึงเปลี่ยนจากการรักษาปลายเหตุ มาเป็นการจัดการกระบวนการเหล่านี้ตั้งแต่ต้นทาง” ดร.ธวิน กล่าว
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ดร.ธวิน อธิบายถึง “12 กลไกสำคัญของการแก่” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงทั้งโรคเรื้อรังและสุขภาพระบบสืบพันธุ์ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับตามลำดับความลึกของการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย

ในระดับต้นน้ำ เป็นความผิดปกติที่เป็นจุดกำเนิดการทำลาย ได้แก่ การเสียสภาพของ DNA, การหดสั้นลงของเทโลเมียร์ (Telomere), ความผิดปกติของการเปิด–ปิดยีน (Epigenetics), การเสียสมดุลของโปรตีน, และการเสื่อมของกระบวนการกำจัดของเสียภายในเซลล์ (Autophagy)
ถัดมาในระดับกลางน้ำ เป็นความผิดปกติที่ส่งผลต่อการทำงานของเซลล์โดยตรง ได้แก่ การสะสมของเซลล์แก่ชรา หรือ “เซลล์ซอมบี้”, การเสื่อมของไมโตคอนเดรีย (แหล่งพลังงานของเซลล์), และความผิดปกติของการรับรู้และใช้พลังงานของร่างกาย (Metabolic Dysregulation)
ขณะที่ระดับปลายน้ำ เป็นผลกระทบที่แสดงออกในระดับระบบของร่างกาย ได้แก่ การอักเสบเรื้อรัง, การสื่อสารระหว่างเซลล์ที่ผิดปกติ, การเสื่อมของเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell), และความไม่สมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย (Microbiome)
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ตรงกันว่า ภาวะมีบุตรยากไม่ได้เกิดจาก “ความแก่” เพียงปัจจัยเดียว แต่เป็นผลจากความซับซ้อนของหลายองค์ประกอบ โดยเฉพาะพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ในผู้หญิง หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่พบบ่อยคือ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของฮอร์โมนและการตกไข่ โดยมี “ภาวะดื้อต่ออินซูลิน” เป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมการบริโภคและไลฟ์สไตล์

การบริโภคน้ำตาลและแป้งขัดสีในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง การขาดการออกกำลังกาย และการพักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนส่งผลให้ระดับอินซูลินในร่างกายสูงผิดปกติ เมื่อเกิดซ้ำ ๆ เซลล์จะตอบสนองต่ออินซูลินลดลง นำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลิน ซึ่งกระทบทั้งระบบเผาผลาญ สมดุลฮอร์โมน และโอกาสในการตั้งครรภ์
นอกจากนี้ ภาวะดังกล่าวยังเกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรังและการทำงานของไมโตคอนเดรียที่ลดลง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของความเสื่อมในระดับเซลล์
ในมิติของการประเมินสุขภาพ Longevity ยังเสนอแนวคิด “อายุชีวภาพ” ซึ่งแตกต่างจากอายุจริง โดยสามารถวัดได้จากการเปลี่ยนแปลงระดับยีนหรือ Epigenetics ทำให้คนที่มีอายุเท่ากัน อาจมีระดับความเสื่อมของร่างกายไม่เท่ากัน และมีความเสี่ยงต่อโรคหรือความสามารถในการเจริญพันธุ์ต่างกัน
“อายุที่สำคัญจริง ๆ ไม่ใช่อายุในบัตรประชาชน แต่เป็นอายุชีวภาพของร่างกาย” ดร.ธวิน กล่าว พร้อมชี้ว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถชะลอ หรือในบางมิติอาจฟื้นฟูกระบวนการเสื่อมได้
ทั้งนี้ แม้นวัตกรรมอย่างนาโนเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทในการเพิ่มประสิทธิภาพการนำส่งสารสำคัญ และการพัฒนาสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น สมุนไพรไทยในมิติของ Longevity แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า “พื้นฐานของสุขภาพ” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด
อย่างไรก็ตาม ครูก้อย นัชชา ย้ำว่า หัวใจสำคัญที่สุดยังคงเป็น “พฤติกรรมพื้นฐาน” ได้แก่ การกินอาหารที่ดี ออกกำลังกาย นอนหลับเพียงพอ และลดความเครียด “ซึ่งอาจเป็นคำตอบที่สำคัญที่สุดของทั้งการชะลอวัยและเพิ่มโอกาสในการมีบุตร”
ในยุคที่สังคมให้ความสำคัญกับการมีชีวิตยืนยาวมากขึ้น แนวคิด Longevity จึงไม่ได้หมายถึงเพียงการ “อายุยืน” เท่านั้น หากแต่คือการมีสุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัย หรือการยืดช่วงเวลาของสุขภาวะที่แข็งแรง (healthspan) ให้ยาวนานขึ้น ซึ่งสำหรับผู้หญิงแล้ว ยังสะท้อนถึงความพร้อมของร่างกายและโอกาสในการมีบุตรอย่างมีคุณภาพอีกด้วย ครูก้อย นัชชา กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามองค์ความรู้ด้านสุขภาพการเจริญพันธุ์ ภาวะมีบุตรยาก และการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์ ได้ที่ www.BabyAndMom.co.th โดยล่าสุดในรายการ Research Talk EP.26 ตอน “Longevity ไม่ใช่แค่อายุยืน แต่คือการเพิ่มโอกาสมีลูก จริงไหม?” ได้นำเสนอข้อมูลและงานวิจัยที่น่าสนใจเกี่ยวกับศาสตร์แห่งการชะลอวัย (Longevity) และความเชื่อมโยงกับสุขภาพการเจริญพันธุ์ สามารถรับชมได้ทาง YouTube ช่อง BabyAndMom.co.th ที่ https://youtu.be/ayRwXH30DGQ และ Facebook Page : BabyAndMom.co.th ที่ https://www.facebook.com/BabyAndMom.co.th/videos/1306982504262871/
นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจสามารถเพิ่มเพื่อนผ่าน LINE Official Account : @Babyandmom.co.th เพื่อรับข่าวสาร กิจกรรม และข้อมูลด้านสุขภาพการเจริญพันธุ์ รวมถึงอัปเดตเนื้อหาด้านการเตรียมความพร้อมก่อนตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่อง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews