แก๊งค์ตัวทำเงินคราดหอยเถื่อนอาละวาด

ข่าว ภูมิภาค
แก๊งส์ “หน่วยทำเงิน”คราดหอยเถื่อนอ่าวปากพนังอาละวาดหนักเหตุประมงพื้นบ้านไม่กล้าออกฝั่งช่วงมรสุม

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านี่คือคลิปภาพอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เป็นหลักฐานสำคัญ เมื่อ 3 วันก่อนขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้เรือไล่จับกุมแก๊งส์คราดหอยเถื่อนในอ่าวปากพนังขณะที่กำลังพยายามหลบหนีเข้าไปในลำบางของอ่าวปากพนัง ในภาพเป็นหลักฐานชัดเจนขณะที่ขบวนการคราดหอยเถื่อนพยายามทำลายหลักฐานด้วยการนำเอาตะแกรงคราดหอยโยนทิ้งน้ำเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่มีหลักฐานหากถูกจับกุมได้ ขระนี้ในอ่าวปากพนังขบวนการคราดหอยเถื่อนเริ่มกลับมาลักลอบคราดหอยอีกครั้งสร้างความเสียหายให้พื้นที่อย่างต่อเนื่อง

 

เช่นเดียวกับเมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาไว้ได้หลังจากที่ต้องไล่ติดตามอย่างต่อเนื่องเกือบ 15 นาที โดยสามารถจับกุมผู้ควบคุมเรือไว้ได้คือนายภาคภูมิ ชัยวาที อายุ 27 ปี ชาวอำเภอปากพนัง ส่วนลูกเรืออีก 1 คนได้กระโดดน้ำหลบหนี และล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอมอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง แล้ว

 

ส่วนของกลางที่ได้จากการจับกุมเมื่อคืนที่ผ่านมาคือเรือประมงพร้อมเครื่องยนต์ดัดแปลงเป็นชนิด 16 วาล์วติดเทอร์โบเพื่อเพิ่มกำลังและความเร็วไว้ใช้ในการลากหอยและใช้ความเร็วในการหลบหนีเจ้าหน้าที่ขณะติดตามไล่ล่า ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “แก๊งส์หน่วยทำเงิน” โดยเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นของกลางและพบว่าเรือลำนี้เป็นเรือเถื่อนที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนเนื่องจากใช้ในการทำประมงผิดกฎหมายโดยเฉพาะมีการดัดแปลงสภาพทำประมงผิดกฎหมายได้ทุกรูปแบบเช่นติดตั้งคานลาก ถังแก๊สแอลพีจีเชื้อเพลิงจำนวน 6 ถัง สำหรับอุปกรณ์คราดหอยเถื่อนเจ้าหน้าที่ได้ค้นหาในทะเลบริเวณจุดที่ถูกผู้ต้องหาโยนทิ้งแต่ยังไม่พบ ส่วนสัตว์น้ำที่ได้นั้นเจ้าหน้าที่ได้ยึดและนำปล่อยคืนพื้นที่ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

 

นายกรกฎ แสงทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการเรือตรวจการประมงทะเล ย.13 ได้นำของกลางทั้งหมดมารักษาไว้ที่ฐานปฏิบัติการชั่วคราวในพื้นที่อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และเตรียมเคลื่อนย้ายไปเก็บที่หน่วยป้องกันปราบปรามประมงทะเลปากพนังตามขั้นตอนในวันนี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสองราย

 

หัวหน้าชุดปฏิบัติการเรือตรวจการประมงทะเล ย.13 ระบุว่าเรือจำพวกนี้จะออกทำประมงและเป็นตัวการสำคัญในการทำลายนิเวศน์หน้าดิน สัตว์น้ำหน้าดินบริเวณชายฝั่งทั้งยังทำลายเครื่องมือประมงพื้นบ้านของชาวประมงที่ทำอย่างถูกกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้เรือคราดหอยเถื่อนได้ออกทประมงผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้นจากที่เรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กต้องหยุดออกเรือชั่วคราวจากฤดูมรสุม แต่เรือผิดกฎหมายเหล่านี้มีขนาดใหญ่กว่าสามารถสู้คลื่นลมชายฝั่งได้จึงมีการฉวยโอกาส

 

“การลงทุนของเรือผิดกฎหมายเหล่านี้ต่อครั้งประมาณ 4-5 พันบาทสำหรับค่าเชื้อเพลิงและอื่นๆแต่สามารถมีรายได้สูงถึง 1-2 หมื่นบาทต่อคืน การลักลอบหนึ่งครั้งใช้เวลาประมาณ 4-5 ชม. หากรอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ถือว่ามีกำไรอย่างมาก แต่เช่นเดียวกันหากถูกจับได้จะมีระวางโทษปรับสูงมากถึงราว 1 แสนบาท ของกลางเป็นเรือถูกริบยึดด้วย” หัวหน้าชุดปฏิบัติการกล่าว

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';