“รมว.ยธ.” ระบุ ส่งฟ้องคดีฮั้วสว.ตาม พยานหลักฐาน หลัง “พริษฐ์” จี้ล่าช้า บอก ต้องรอผลจาก”กกต.” พิจารณาประกอบด้วย ลั่นรู้ตัวการใหญ่คดี “แอร์มีนา” แล้ว สั่ง AOT ล้อมคอก พร้อมกันนี เซ็นอนุมัติให้ พงษ์สวาท พ้นราชการ หลังยื่นลาออกปลัดยุติธรรม
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีฮั้ว สว.ล่าช้า โดยพลตำรวจโทรุทธพล กล่าวว่า คดีฮั้ว สว. ที่เกี่ยวเนื่องกับอั้งยี่และฟอกเงิน กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งสำนวนไปที่อัยการแล้ว และอัยการได้ส่งสำนวนกลับมา ขณะนี้ได้มีการสั่งการและดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย
ส่วนที่นายพริษฐ์ ตั้งข้อสังเกตว่า มีการส่งฟ้องจำนวนผู้ต้องหาน้อยเกินไปนั้น พลตำรวจโท รุทธพล ระบุว่า พยานหลักฐานถึงแค่นี้ ก็คงต้องส่งแค่นี้ พร้อมระบุว่าการที่อัยการส่งเรื่องกลับมา เพราะต้องรอ ผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย และจะดำเนินการอย่างอื่นก่อนไม่ได้

นอกจากนี้ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการและติดตามทุกคดีที่เกิดขึ้น ซึ่ง บช.ปส.ได้เร่งรัด คดีเคส “แอร์มีนา” เท่าที่ทราบได้ดำเนินการ และรู้ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้ว ส่วนมาตรการ ของบริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ เอโอที ได้มีการแก้ไขในเรื่องของเครื่องมือ เพิ่มเครื่องมือการตรวจสอบ กรณีที่นักบินและลูกเรือจะเดินทางไปต่างประเทศ ในส่วนนี้มีสุนัข k9 เพิ่มด้วย และมีระเบียบว่าห้ามลูกเรือมีอาชีพเสริมในการหิ้วของไปต่างประเทศ และจะมีการสุ่มตรวจกระเป๋าเป็นระยะ รวมถึงติดตามเพจต่างๆที่รับจ้างหิ้วของ ว่ามีลูกเรือของบริษัทการบินใดบ้าง ตรงนี้จะเป็นมาตรการควบคู่กันไป
เมื่อถามย้ำว่าภายในสนามบินจะมีการตรวจเข้มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือลูกเรือใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องมีมาตรการและมีสุนัข k9 เพิ่มเติมขึ้นมาด้วย ซึ่งต้องมีการกำชับให้เข้มงวดขึ้นตนดูแล้วว่าเรื่องนักท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่ เพราะเขามีมาตรการอยู่แล้วแต่อาจจะมีในส่วนของลูกเรือ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการอะลุ่มอล่วยเพราะต้องไปเซ็ตระบบเรื่องของการบิน จึงอาจมีผลกระทบของลูกเรือมากกว่า
ทั้งนี้ พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวถึงการลงนามอนุมัติให้นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ที่ยื่นลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่า ได้ลงนามอนุมัติไปแล้ว โดยเสนอมาที่สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน เมื่อถามว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุใดจึงไม่ยอมโยกย้ายตามฤดูกาล แต่มาย้ายกลางเทอม พลตำรวจโท รุทธพล ระบุว่า นางพงษ์สวาท มีวาระ ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงครบสี่ปีตามระเบียบ ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 นี้ จึงต้องดำเนินการในส่วนนี้

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ออกมาระบุว่านางพงษ์สวาท มีคดีที่เกี่ยวข้องกับชั้น 14 อาจจะอนุมัติการลาออกไม่ได้นั้น พลตำรวจโทรุทธพล ปฏิเสธว่า ไม่ใช่ ซึ่งการลาออกของข้าราชการทุกระดับต้องมีกระบวนการ ให้ฝ่ายตรวจสอบทำเรื่องประมวลขึ้นมา ใครมีคดีอาญา มีโทษทางวินัย มีหนี้สินหรือไม่ และมีคุณสมบัติที่จะลาออกได้หรือไม่

ส่วนนางพงษ์สวาท มีประเด็นในชั้น 14 ในคดีได้อย่างไร พลตำรวจโท รุทธพล ระบุว่า อาจจะเป็นเรื่องที่อนุญาตให้ไปพักที่โรงพยาบาลตำรวจหรือไม่ ซึ่งตนไม่แน่ใจ เพราะเรื่องนี้จะมีตั้งแต่ผู้บัญชาการเรือนจำ ไล่ระดับไปจนถึงอธิบดี ปลัดกระทรวงด้วยหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่การเซ็นอนุมัติการลาออกเป็นขั้นตอนตามปกติ เป็นงานรูทีนที่ตรวจสอบว่าคนเหล่านี้จะลาออกได้หรือไม่ เป็นขั้นตอนของข้าราชการพลเรือนทั่วไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews