เชียงใหม่เร่งฉีดวัคซีนผู้สูงอายุ-ป่วย7โรค

ข่าว ภูมิภาค
รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ เผย จัดสรรวัคซีนแบบ 70 : 20 : 10 โดยมุ่งไปที่กลุ่มเสี่ยง 608 มากที่สุด เพื่อลดอัตราการป่วยรุนแรงและเสียชีวิต

นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนจังหวัดเชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ในรายการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พบประชาชน ถึงการบริหารจัดการวัคซีนโควิด-19 ของจังหวัดเชียงใหม่ว่า จังหวัดเชียงใหม่ จะต้องดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ให้ได้ 70 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรทั้งหมด หรือที่ 1.2 ล้านคน ซึ่งขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนประสงค์เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 9 แสนคน และตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา จังหวัดเชียงใหม่ได้ฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนแล้วเกือบ 400,000 คน หรือคิดเป็น 31 เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเป้าหมายแรกที่จะต้องดำเนินการฉีดให้ครอบคลุมตามยุทธศาสตร์ของประเทศ คือกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป เนื่องจากเป็นกลุ่มที่หากเกิดการติดเชื้อจะมีอาการที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิต โดยจังหวัดเชียงใหม่มีจำนวนผู้สูงอายุ อยู่ที่ 320,000 คน ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 120,000 คน ส่วนผู้ป่วยกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง ก็ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 49,000 คน จากจำนวนผู้ป่วยเรื้อรังตามบัญชีของกระทรวงสาธารณสุข กว่า 100,000 คน

และจากการปรับเปลี่ยนแนวทางการฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้กำหนดให้ฉีดวัคซีนแบบไขว้ คือ เข็มที่ 1 เป็นวัคซีนชนิดซิโนแวค และเข็มที่ 2 เป็นวัคซีนชนิดแอสตร้าเซเนก้า ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในประสิทธิภาพ และเกิดความต้องการเข้ารับการฉีดวัคซีนลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม ได้มีผลวิจัยยืนยันแล้วว่าวัคซีนแบบไขว้มีผลป้องกันชีวิตผู้สูงอายุได้มากทั้งนี้

จังหวัดเชียงใหม่ได้ปรับเปลี่ยนการแบ่งวัคซีนออกเป็น 3 ส่วน เมื่อได้รับการจัดสรรมา ได้แก่กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง 70 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนผ่าน “ก๋ำแปงเวียง” 20 เปอร์เซ็นต์ และอีก 10 สำหรับพื้นที่หรือองค์กร ที่พบการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในลักษณะกลุ่มก้อนหรือเป็นคลัสเตอร์ โดยในห้วงนี้จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการจัดสรรวัคซีนมาสัปดาห์ละ 20,000-30,000 โดส

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news