“แซม ยุรนันท์” ปฏิเสธเป็นหุ้นส่วน ดิ ไอคอน

อาชญากรรม ข่าว

 

 

 

“แซม ยุรนันท์” ปฏิเสธเป็นหุ้นส่วน ดิ ไอคอน พร้อมให้ข้อมูลตำรวจ หากได้รับการประสาน

 

 

 

 

นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ แซม เปิดเผย กรณีถูกเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจ ขายอาหารเสริม ดิไอคอนกรุ๊ป ซึ่งเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ว่า ตัวเองรู้จักกับ บอสพอล หรือ นายวรัทย์พล เจ้าของธุรกิจออนไลน์ ซึ่งเป็น ผู้บริหาร ผ่านหลักสูตรการเรียนหนึ่ง ทำให้มีการชักชวนกันมาทำธุรกิจ

 

โดยตัวเองมองว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจใหม่ และน่าสนใจ ซึ่งตำแหน่งที่ตัวเองได้รับเป็นตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาและวิจัย มีหน้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ และสอนวิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ให้ผู้ที่เข้ามาร่วมลงทุน แต่ไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจ

 

โดยตัวเองเรียนจบหลักหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต (Master of Science) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ (Program in Anti-Aging and Regenerative Science) และเคยเปิดคลินิกเสริมความงามมาก่อน จึงทำให้พอมีความรู้ในด้านนี้

 

ยืนยัน ไม่เคยชี้แนะให้คนที่เข้ามาเรียน ตัดสินใจร่วมลงทุนธุรกิจเพราะเป็นดุลพินิจของแต่บุคคล แต่ส่วนตัวยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่จำหน่าย ได้รับมาตรฐานและผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) เพราะก่อนที่จะรับงานแต่ละชิ้น

 

โดยส่วนตัวจะต้องศึกษาว่าผลิตภัณฑ์แต่ละอย่างมีคุณภาพหรือเชื่อถือได้หรือไม่ เบื้องต้นตัวเองได้ตรวจสอบ การประกอบธุรกิจของบริษัทและไม่พบว่าดำเนินการอย่างผิดกฎหมาย ส่วนกรณีผลิตภัณฑ์เม็ดฟู่ที่เคยถูกอย.เตือนว่า เป็นสินค้าอันตราย ยืนยันว่าตัวเองไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะเข้ามารับตำแหน่งได้ไม่ถึง 1 ปีและเข้ามารับตำแหน่งหลังจากที่ผลิตภัณฑ์นี้ออกมา

 

 

โดยหลังเกิดเหตุได้มีการพูดคุยกับ บอสพอล เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมรับผิดชอบ เยียวยาความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหาย และ ขณะนี้อยู่ ระหว่างตรวจสอบว่า มีความผิดพลาดในการประกอบธุรกิจตรงส่วนใด และมีผู้เสียหายเท่าใด โดยทั้งตัวเองและบอสพอลพอรู้สึกตกใจ และเสียใจเมื่อทราบข่าวว่ามีคนเครียด จนทำร้ายตัวเองเนื่องจากขายสินค้าไม่ได้ และไม่คิดว่าเรื่องจะลุกลามบานปลาย ส่วนดาราที่เกี่ยวข้องได้มีการพูดคุยกับบางคนพบว่าทั้งหมดอยู่ในอาการตกใจ

 

สำหรับรายได้ที่ได้รับจากบริษัทนั้น นายยุรนันท์ เปิดเผยว่าเป็นรูปแบบเปอร์เซ็นต์ จากยอดขายผลิตภัณฑ์ ยืนยันว่ารายได้มานั้นมีไม่มาก และไม่ถึง 10 ล้านบาท โดยตัวเองไม่ได้มีหุ้นอยู่ในบริษัทไม่เคยเข้าร่วมการประชุมบริษัท หรือมีส่วนในการกำหนดทิศทางของบริษัท และบริษัทนี้มีกรรมการบริหารเพียงคนเดียว คือ นายวรัทย์พล

 

หลังจากนี้ หากตำรวจติดต่อมาให้ ตัวเองเข้าให้ปากคำก็พร้อมที่จะเข้าให้ข้อมูลเพราะมองว่าตัวเองไม่ใช่จำเลยและยังเป็นผู้บริสุทธิ์แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการประสานงานจากตำรวจหน่วยใด

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews