“รองไก่” นำทีม ยื่นร้องเอาผิดอัยการภาค 2

อาชญากรรม ข่าว

 

 

“รองไก่” นำทีม ยื่นร้องเอาผิดอัยการภาค 2 ใช้อำนาจโดยมิชอบ ด้าน ทนายพัช ไม่กังวล ขึ้นศาลไต่สวนคดี “แอมไซยาไนด์” 4-5 ก.ค.นี้

 

 

วันนี้ (1 ก.ค. 67) ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด แจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.พงศ์รัตน์ ไพพรรณรัตน์ รองผู้บังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 อดีต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พร้อมว่าที่ ร.ต.ชัชวาลย์ บำรุงวงค์ ทนายชัช นายไชยา คุ้มอ่ำ ทนายไชยา และน.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายพัช ยื่นหนังสือสำนักอัยการสูงสุด สอบบิ๊กอัยการ ภาค2 ใช้อำนาจมิชอบสั่งฟ้องทั้งที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา

 

โดยคดีดังกล่าวเป็นคดีที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2562 โดยผู้ร้องได้ทำคดีคดีหนึ่งในแล้วได้มีการส่งฟ้องต่อศาล แต่พอมาฝั่งจำเลยได้ต่อสู้คดีจนถึงชั้นฎีกาและมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง จึงถูกฟ้องกลับชุดสืบสวนสอบสวน และพยานทุกคนในคดี ซึ่งตนเองยังไม่ได้ถูกแจ้งข้อกล่าวหา แต่กลับถูกส่งคดีไปยังอัยการซึ่งอัยการในชั้นต้นมีคำสั่งไม่สั่งฟ้อง ถึงส่งเรื่องขึ้นไปให้อธิบดีอัยการภาค 2 เป็นผู้พิจารณาแต่กลับถูกแก้ไขคำสั่งและความเห็นเป็นสั่งฟ้อง และถูกดำเนินคดีมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ตนเองยังได้ฟ้องร้องเอาผิดตามมาตรา 157 กับอัยการทั้งสองคนพี่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมกันนึ้ยังยื่นฟ้องแพ่งข้อหาละเมิด ตร. และสำนักอัยการ

 

นอกจากนี้น.ส.ธันย์นิชา และทีมงาน ยังเปิดเผยว่า นอกเหนือจากคดีของแอม ไซยาไนด์ พี่ทนายพัฒน์รับทำคดีให้ผู้ต้องหาแล้วยังรับทำคดีให้กับเจ๊มดผู้ต้องหาในคดีสั่งฆ่าเสี่ยต้นซึ่งมีคดีต่อเนื่องกันในพื้นที่สนวังทองหลางและในจังหวัดมหาสารคาม โดยมองว่าทั้ง 2 คดีมีความคล้ายกันในเรื่องการให้การของพยานและการทำสำนวนคดีของตำรวจ ซึ่งพบว่ามีการนำพยานแวดล้อมเข้ามาอยู่ในสำนวนคดีแต่เป็นบุคคลที่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์โดยตรงแต่เป็นการรับฟังแบบปากต่อปากมาอีกที ซึ่งคดีของแอมไซยาไนด์ จะมีการพิจารณาคดีในวันที่ 4-5 กรกฎาคมนี้ ทีมทนายความเตรียมคำถามไปซักพยานในคดีทุกคน

 

นอกจากนี้ยังเตรียมยื่นหนังสือร้องเรียนถึงสำนักงานอัยการสูงสุดให้พิจารณาเอาผิดกับชุดทำคดีดังกล่าวโดยเบอร์ 1 ที่แอม ไซยาไนด์ระบุให้ร้องเรียนและเอาผิดคือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและพล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางและชุดสืบสวนสอบสวนในคดีอีก 9 นาย เนื่องจากมองว่าเป็นการทำคดีโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย ยืนยันว่าการออกมาเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นเรื่องบังเอิญไม่ได้เป็นการรับงานจากบุคคลใดมาเพื่อเอาผิดกับบิ๊กโจ๊ก แต่เป็นความประสงค์ของผู้ต้องหาที่มีแนวคิดนี้มาก่อนที่จะเกิดฝึกระหว่าง 2 บิ๊กตำรวจ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews