“บิ๊กโจ๊ก” ลุยฟ้องกูรูอดีตนายพล ตร. เรียกเงิน 10 ล้าน

อาชญากรรม ข่าว
“บิ๊กโจ๊ก” เดินหน้าฟ้องกูรูอดีตนายพลตํารวจ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เรียกเงิน 10 ล้าน ชี้ไม่รู้กฎหมาย ก็ไม่ต้องพูด เชื่อ! 2 บิ๊กตํารวจไม่กล้าเพิกถอนคําสั่งกลัวกลืนนํ้าลายตัวเอง

 

 

 

วันนี้ (28 มิ.ย. 67) พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เดินทางมายังศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อยื่นฟ้องอดีตนายพลตํารวจ 2 กรรม ในข้อหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” พร้อม เปิดเผยว่า วันนี้ตนมาเพื่อยื่นฟ้องกูรูท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตนายพลตํารวจ ยศ “พล.ต.ต.” กรณีให้สัมภาษณ์ในลักษณะจงใจใส่ความ ทําให้ถูกดูหมิ่นเกลียดชังและประชาชนอาจจะเข้าใจผิด นอกจากนี้ยังมีอีก 2 กูรู ที่เตรียมยื่นฟ้องเร็วๆนี้ด้วยเช่นกัน

 

 

 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า การจะให้สัมภาษณ์ใดๆก็ตามหากพูดเอามัน เรื่องที่พูดจะวนกลับมาเข้าตัวเองและคนที่ไม่ออกมาฟ้องไม่ได้หมายความว่าเขายอมรับ แต่ตนในฐานะนักสู้เมื่อถูกกระทบสิทธิก็จําเป็นต้องดําเนินการตามกฎหมาย และขอฝากเตือนไปยังกูรูทั้งหลายด้วยว่า “หากรู้กฎหมายไม่จริง ไม่ต้องออกมาพูด อายุมากแล้วอยู่ให้เด็กเคารพจะดีกว่า”

 

 

ในส่วนของข้อกฎหมายที่นายวิชา มาหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ออกมาให้ความคิดเห็นเมื่อวานนี้นั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ท่านพูดเรื่องข้อกฎหมายถูกทั้งหมด แต่อาจเข้าใจเรื่องคณะกรรมการสอบสวนตาม พ.ร.บ.ตํารวจ คลาดเคลื่อนเนื่องจากต้องเป็นชุดของ พล.ต.อ.สราวุธ การพานิช รอง ผบ.ตร. แต่ยืนยันจะไม่ฟ้องนายวิชา อย่างแน่นอน เพราะท่านได้วิจารณ์ในฐานะนักกฏหมายและเคยเป็นอดีตนักสู้เหมือนกับตนเอง

 

 

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ ผบ.ตร. หรือ รักษาราชการแทนฯ ณ ขณะนั้น ไม่กล้าเพิกถอนคําสั่งให้ออกจากราชการเพราะทําใจไม่ได้ที่ทําผิดไปและรู้สึกอาย แต่เมื่อมีหลักกฎหมายใหม่ก็ควรจะต้องยึดตาม ส่วนจะได้กลับไปสํานักงานตํารวจแห่งชาติหรือไม่ ขอเดินตามทางของกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่การสู้กับองค์กร แต่เป็นเพียงตัวบุคคลเท่านั้น ซึ่งทุกวันนี้ตนต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวและถูกรุมกินโต๊ะอยู่แล้ว

 

 

ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ได้ทำคำแย้งคำอุทธรณ์ของตนเองและส่งไปยัง ก.พ.ค.ตร. นั้น เมื่อวานตนเพิ่งได้รับเอกสารดังกล่าวแล้ว โดยจะทําการตรวจสอบและทำหนังสือแก้คำอุทธรณ์ส่งกลับไปยัง ก.พ.ค.ตร.ในวันจันทร์หรืออังคารนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุใดจึงต้องเดินทางมายื่นฟ้องที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ตนสะดวกที่ศาลนี้เพราะใกล้กับที่พักและเข้าออกสะดวกสามารถเดินทางไปออกกําลังกายต่อได้ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้รู้จักใครเป็นพิเศษ ทั้งนี้ตนตั้งใจไว้ว่าจะดําเนินการทั้งหมดให้เสร็จภายใน 1-2 สัปดาห์

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews