จี้สอบวินัย2ตร. ทำคดีอนาจารเด็ก 5ขวบ บ้านกกกอก

อาชญากรรม ข่าว
ทนายรัชพล พานายนรินและภรรยา ร้องผบ.ตร.จี้สอบวินัย 2 ตำรวจ ทำคดีอนาจารเด็ก 5 ขวบ มิชอบต้องติดคุกฟรีเป็นปี จ่อฟ้องเรียกค่าเสียหาย 5  ล้าน

 

 

นายรัชพล ศิริสาคร ทนายความ พานายนริน เชื้อคมตา และภริยา ชาวบ้านบ้านกกกอก จังหวัดมุกดาหาร ยื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้สอบวินัยตำรวจ 2 นาย ยศร้อยตำรวจเอกสังกัดงานยาเสพติดในขณะนั้นและตำรวจยศพันตำรวจเอกอีก 1 นาย ที่ทำคดีอนาจารเด็ก 5 ขวบ ที่บ้านกกกอกจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งเป็นคดีที่เกิดคู่ขนานกันกับคดีของน้องชมพู่ที่โด่งดัง จนมีหมายจับนายนริน เชื้อคมตา เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 ทนายรัชพล เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวทีมทนายความพบความผิดปกติในการดำเนินคดีของตำรวจทั้งสองนาย เริ่มตั้งแต่การไปสอบปากคำผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงอายุเพียง 5 ขวบโดยไม่มีสหวิชาชีพที่โรงพยาบาลนานกว่า 6 ชั่วโมง

 

อีกทั้งยังมีการนำภาพของผู้ต้องสงสัยจำนวน 10 คนซึ่งในจำนวนนี้มีรูปของนายนรินทร์รวมอยู่ด้วยให้ชี้ภาพ ซึ่งมองว่าอาจเป็นการชักจูงหรือชี้นำพยานและผู้เสียหาย และในวันเดียวกันยังให้ผู้เสียหายและครอบครัวไปแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับนายนรินทร์โดยไม่มีการสอบปากคำหรือรวบรวมพยานหลักฐานใดๆ ก่อน ซึ่งบอกว่าเป็นการทำผิดขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน จนทำให้นายนรินทร์ ต้องถูกนำตัวไปฝากขังและถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำระหว่างการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นถึงชั้นฎีกา นานถึง 462 วัน หรือ 1 ปี 3 เดือน 5 วัน

 

 

ซึ่งคดีนี้ในศาลชั้นต้นยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุก และล่าสุดเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุด ซึ่งในชั้นการสืบพยานในชั้นศาลศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวเป็นไปโดยมิชอบ เนื่องจากมีการลัดขั้นตอนวิธีพิจารณาความอาญา อีกครั้งพบว่าผู้เสียหายให้การเท็จในชั้นศาล

 

 

ซึ่งคดีดังกล่าวทำให้นายนรินทร์ได้รับความเดือดร้อนจากการติดคุกและครอบครัวต้องถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีอนาจารเด็ก ใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากต้องหาเลี้ยงครอบครัวเพียงคนเดียว จึงอยากเรียกร้องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจทั้ง 2 นายที่ทำคดีรับผิดชอบในเรื่องดังกล่าว โดยหลังจากนี้จะมีการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 5 ล้านบาทและจะเอาผิดตำรวจทั้ง 2 นาย ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157

 

 

ด้าน นายนรินทร์ ยืนยันว่าคดีดังกล่าวตนเองไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศต่อผู้เสียหายโดยมีพยานหลักฐานสำคัญ คือพยานที่ทำงานด้วยกันในวันดังกล่าว ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมาตนเองได้รับความเดือดร้อนจากเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะต้องถูกจำคุกอยู่ภายในเรือนจำนานมากกว่า 1 ปี ครอบครัวก็ได้รับผลกระทบและถูกครหาว่าเป็นผู้ต้องหาในคดีทางเพศ

 

 

ขณะที่นางชนาภา ภรรยาของนายนรินทร์ เล่าทั้งน้ำตาว่าหลังจากสามีติดคุกต้องดูแลครอบครัวเพียงคนเดียวอย่างยากลำบาก ซ้ำยังถูกชาวบ้านบางส่วนครหาว่าสามีเป็นผู้ต้องหาคดีอนาจารเด็กและลูกก็ถูกเพื่อนล้อจนลูกต้องมาร้องไห้บอกเล่าให้ฟังหลายครั้งซึ่งตนเองก็รู้สึกสะเทือนใจมาก จึงอยากให้ตำรวจที่ทำคดีดังกล่าวออกมารับผิดชอบกับความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews