น.1 ไม่หวั่นไหว หรือเสียกำลังใจ หลังชูวิทย์แจกใบแดง เรียกร้องเปลี่ยนตัวทำคดีตู้ห่าว
พลตำรวจโท ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าไม่เสียกำลังใจจากการที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตำหนิทำงานของตนเองและเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาล จากการทำคดีนายตู้ห่าว พร้อมเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนตัวผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เนื่องจากว่าตนเองและทีมงานทำงานอย่างเต็มที่ มีความคืบหน้าในคดีเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้เมื่อพยานหลักฐานครบและสามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้ก็จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้นกับบุคคลใดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการทำสำนวนขณะนี้ยังไม่พบข้าราชการตำรวจนครบาลมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวหรือทุจริตกับการทำสำนวน
ส่วนกรณีการแจ้งข้อหาฟอกเงินหรือข้อหาอื่นๆเพิ่มเติม หากมีการตรวจพบความผิดหรือพบหลักฐานก็จะไม่มีการละเว้นทุกกรณี แต่ตำรวจจะไม่ทำอะไรที่นอกเหนือขอบเขตของกฎหมาย เพราะหากมีอะไรผิดพลาดก็จะมีผลกระทบต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เช่นการถูกฟ้องร้องกลับและเรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากพนักงานสอบสวนทำงานผิดพลาดและต้องนำเงินไปชดใช้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเนื่องจากเป็นเงินภาษีของประชาชน
ทั้งนี้ยืนยันว่าการทำสำนวนของพนักงานสอบสวนไม่ได้เกิดความล่าช้า เนื่องจากว่าขณะนี้การทำสำนวนยังอยู่ในกรอบระยะเวลาของกฎหมายที่กำหนด ซึ่งจะดำเนินคดีทุกข้อกล่าวหาที่พยานหลักฐานไปถึง ทีมงานของกองบัญชาการตำรวจนครบาลทำงานอย่างเต็มที่ขอให้ประชาชนมั่นใจ โดยหลังจากนี้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและอัยการสูงสุดจะเป็นผู้แถลงความคืบหน้าในคดีนี้
นอกจากนี้พลตำรวจโท ธิติ แสงสว่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เตรียมแผนดูแลความปลอดภัยของประชาชนในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและช่วงงานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่จะเกิดขึ้น โดยมีแผนเผชิญเหตุต่างๆทั้งในการดูแลความปลอดภัยป้องกันเหตุต่างๆ และการเตรียมแผนเผชิญเหตุหากมีเหตุการณ์ต่างๆเกิดขึ้น
โดยมีการจัดเรียงกำลังของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ต่างๆรอบพื้นที่จัดงานและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเรื่องที่เป็นห่วงมากที่สุดคือเรื่องจำนวนและปริมาณของคนที่จะเข้าไปร่วมงานเป็นจำนวนมากจนอาจเกิดเหตุเหมือนกับที่ต่างประเทศ ซึ่งจุดนี้ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ในสถานการณ์ต่างๆแล้ว
อีกทั้งยังขอให้ผู้จัดงานในสถานที่ต่างๆทั้งสถานที่เปิดและสถานที่ปิดงดการใช้พลุ ประทัดและดอกไม้ไฟเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุอัคคีภัยเหมือนกับในเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งให้แต่ละสถานที่จัดงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือถึงแผนการจัดงานในพื้นที่ต่างๆ โดยจะต้องมีการระบุทางเข้าออกปกติและทางเข้าออกฉุกเฉินให้ชัดเจน
สำหรับพื้นที่จัดงานเคาท์ดาวน์ในปีนี้ทราบว่ามี 3 สถานที่ใหญ่ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนไปร่วมงานเป็นจำนวนมากกว่าทุกปี เนื่องจากเว้นว่างการจัดงานมาฟลานปี เชื่อว่ากำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาลจะสามารถดูแลประชาชนในช่วงปลายปีได้ แต่ก็ขอให้ประชาชนระมัดระวังเรื่องการเดินทางและงดดื่มสุราแล้วขับรถเนื่องจากจะเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุต่างๆได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews