ย้อนรอยตำนาน PTG จากค้าน้ำมันแดนใต้ สู่อาณาจักรกำไรหมื่นล้าน

น้ำมัน การเงิน

ในแวดวงธุรกิจพลังงานและสถานีบริการน้ำมันของประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในสมรภูมิการค้าที่มีความท้าทายและเต็มไปด้วยความผันผวนอย่างยิ่งยวด ทั้งจากปัจจัยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยากจะควบคุม ตลอดจนข้อจำกัดด้านนโยบายการกำกับดูแลและโครงสร้างการอุดหนุนราคาของภาครัฐ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนกดดันให้ “ค่าการตลาดน้ำมัน” หรืออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำและมีความเปราะบางสูง

 

ทว่า ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เต็มไปด้วยข้อจำกัด กลับมีองค์กรหนึ่งที่สามารถก้าวข้ามอุปสรรค พลิกเกมธุรกิจจากเพียงผู้ค้าน้ำมันระดับภูมิภาคขนาดเล็ก สู่การเป็นองค์กรชั้นนำระดับประเทศที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงกว่าร้อยละ 22 และนี่คือเรื่องราวการเดินทาง การเปลี่ยนผ่านทางกลยุทธ์ และบทพิสูจน์ความสำเร็จของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG

 

 

จาก “ภาคใต้เชื้อเพลิง” สู่บริษัทมหาชนระดับประเทศ

 

หากย้อนกลับไปเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ในวันที่ 21 มีนาคม 2531 ประวัติศาสตร์ขององค์กรพลังงานยักษ์ใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้นจากการจดทะเบียนก่อตั้งในนาม “บริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง จำกัด” ในช่วงแรกเริ่ม องค์กรมุ่งเน้นการประกอบกิจการคลังน้ำมันและเป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน ผู้ประกอบการประมง และโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยเป็นหลัก

 

ด้วยความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานคุณภาพ บริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 สำหรับการรับ จัดเก็บ และจ่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิง ณ คลังน้ำมันสาขาแม่กลอง และต่อมาในปี พ.ศ. 2538 บริษัทได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญด้วยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในเดือนพฤษภาคม 2556 ด้วยราคาเสนอขายหุ้น IPO ที่ 3.90 บาทต่อหุ้น 

 

ก้าวข้ามวิกฤตหนี้พันล้าน ด้วยยุทธศาสตร์การคิดแบบ “เจ๋ง”

 

เส้นทางการเติบโตของบริษัทไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในช่วงเวลาหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ บริษัทต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเงินอย่างหนัก โดยมีภาระหนี้สินสะสมพุ่งสูงถึง 3,600 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะที่อุตสาหกรรมมีอัตรากำไรจากค่าการตลาดที่ค่อนข้างต่ำและเปราะบาง 

 

การพลิกฟื้นวิกฤตในครั้งนั้นเกิดขึ้นภายใต้การนำของ นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้ใช้ปรัชญาการทำงานที่ว่า “JENG = เจ๊ง หรือ JENG = เจ๋ง อยู่ที่เราคิด” มาเป็นเข็มทิศในการกอบกู้องค์กร บริษัทได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เชิงโครงสร้างครั้งใหญ่ ด้วยการสร้างระบบโลจิสติกส์และการกระจายสินค้าแบบเบ็ดเสร็จ (End-to-End Logistics) โดยลงทุนสร้างคลังน้ำมัน 9-10 แห่งกระจายทั่วประเทศ พร้อมบริหารจัดการกองทัพรถบรรทุกขนส่งด้วยตนเอง กลยุทธ์นี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุน แต่ยังช่วยควบคุมคุณภาพจนเกิดเป็นจุดขายที่แข็งแกร่งภายใต้สโลแกน “น้ำมันสดใหม่ น้ำมันพีที” 

 

 

สยายปีกสู่ Non-Oil : ขุมทรัพย์ใหม่ที่ขับเคลื่อนกำไรอย่างยั่งยืน

 

ผู้บริหารของ PTG ตระหนักดีว่าการพึ่งพารายได้จากการขายน้ำมันเพียงอย่างเดียวคือความเสี่ยง จึงได้ปรับโครงสร้างกระจายธุรกิจออกเป็น 8 กลุ่มธุรกิจหลัก โดยมุ่งเน้นไปยังกลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่น้ำมัน (Non-Oil Business) โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่นำทัพโดย “กาแฟพันธุ์ไทย” ซึ่งมีการขยายสาขาอย่างก้าวกระโดดจนทะลุ 2,151 สาขา ณ สิ้นปี 2568 รวมถึงการรุกตลาดก๊าซ LPG สำหรับภาคครัวเรือน

 

ปัจจุบัน PTG ก้าวขึ้นเป็นองค์กรชั้นนำที่มีส่วนแบ่งการตลาดการจำหน่ายน้ำมันผ่านสถานีบริการสูงกว่าร้อยละ 22 และมีเครือข่ายสถานีบริการมากกว่า 2,200 แห่งทั่วประเทศ

 

ถอดรหัสผลประกอบการ : รายได้ทรงตัว แต่กำไรขั้นต้นทะยานสู่จุดสูงสุด

 

เมื่อพิจารณาผลประกอบการทางการเงินย้อนหลัง จะพบพัฒนาการที่น่าทึ่งในมิติของ “ความสามารถในการทำกำไร เพราะในปีงบประมาณ 2568 แม้รายได้รวมจะอยู่ที่ 224,341 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยที่ร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าตามทิศทางราคาน้ำมันโลก แต่บริษัทกลับสร้างสถิติ “กำไรขั้นต้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์” ที่ 17,489 ล้านบาท ซึ่งเติบโตถึงร้อยละ 18.41 

 

กุญแจสำคัญของกำไรที่พุ่งกระฉูดนี้มาจากกลุ่มธุรกิจ Non-Oil ที่แม้จะมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 11.6 ของรายได้รวม แต่กลับคิดเป็นสัดส่วนกำไรขั้นต้นถึงร้อยละ 40.3 ของกำไรขั้นต้นรวมในไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 โดยกำไรขั้นต้นจากฝั่ง Non-Oil เติบโตจาก 1,938 ล้านบาทในปี 2560 ขึ้นมาแตะระดับ 6,482 ล้านบาทในปี 2568

 

ในก้าวต่อไป PTG ได้ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 ด้วยการมุ่งสู่การสร้าง Max World Ecosystem  เพื่อยกระดับจากการเป็นผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน สู่เครือข่ายที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตประจำวันของคนไทยแบบครบวงจร โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการผลักดันสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil ให้เติบโตแตะระดับร้อยละ 50 ภายในปี 2571 ซึ่งนับเป็นบทพิสูจน์การเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและน่าจับตามองอย่างยิ่ง

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews