ส่องเทรนด์กู้บ้าน 3 คำถามสำคัญ ก่อนขอสินเชื่อบ้านส่งท้าย 68
สำหรับคนรุ่นใหม่วัยสร้างตัว ความฝันในการมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นเป้าหมายใหญ่ที่สุด แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการจริง การขอสินเชื่อบ้านกลับเต็มไปด้วยคำถามและข้อสงสัยมากมาย โดยเฉพาะเรื่อง “เปอร์เซ็นต์การปล่อยกู้” และ “การกู้เผื่อตกแต่ง” ที่หลายคนหวังจะให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด
การพึ่งพาแต่ข้อมูลเก่าๆ อาจทำให้คุณพลาดโอกาสสำคัญได้ เพราะนโยบายการปล่อยสินเชื่อบ้านมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ บทความนี้จะเจาะลึก 3 คำถามสำคัญที่คุณต้องรู้และเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้การขอสินเชื่อบ้านของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจ
-
กู้เต็ม 100% หรือกู้เกิน 100% ยังมีอยู่จริงไหมในตลาดสินเชื่อบ้าน ?
ในอดีต การกู้ซื้อบ้านแบบ 100% หรือแม้กระทั่ง 110% (กู้เผื่อตกแต่ง) ถือเป็นเรื่องปกติ แต่ปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการควบคุมอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการเก็งกำไรและการสร้างหนี้เกินตัว ทำให้แนวทางของสินเชื่อบ้าน เปลี่ยนไป
-
กู้ 100% ยังมีอยู่แต่จำกัด โอกาสที่จะได้สินเชื่อบ้านเต็ม 100% ยังมีอยู่ แต่ส่วนใหญ่จะจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้กู้ที่ซื้อบ้านหลังแรกจริงๆ และต้องมีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งมาก เช่น มีรายได้สูง มีประวัติเครดิตดีเยี่ยม และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (DSR) ที่ต่ำ
-
ต้องมีเงินดาวน์เตรียมไว้ สำหรับผู้กู้ทั่วไปในปัจจุบัน ควรเตรียมเงินดาวน์ไว้ประมาณ 10-20% ของราคาบ้านเสมอ เพื่อให้การขอสินเชื่อบ้านมีโอกาสอนุมัติสูงขึ้น และคุณจะได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าการพยายามกู้เต็มวงเงิน
ดังนั้น เลิกหวังว่าจะกู้ได้ 100% ง่ายๆ เหมือนเมื่อก่อน และหันมาวางแผนเก็บเงินดาวน์ให้พร้อมจะดีกว่า
-
การกู้เผื่อตกแต่งบ้าน ยังทำได้หรือไม่และมีเงื่อนไขอย่างไร ?
สำหรับคู่รักที่ต้องการเงินก้อนไปแต่งบ้านหรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ การกู้เผื่อค่าตกแต่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าการกู้เกิน 100% จะยากขึ้น แต่ยังมีช่องทางให้คุณสามารถกู้เงินเพื่อใช้ในการตกแต่งบ้านร่วมไปกับสินเชื่อบ้านได้
ธนาคารส่วนใหญ่จะยังเปิดโอกาสให้ “กู้เพิ่ม” สำหรับค่าตกแต่ง แต่จะถูกรวมอยู่ในวงเงินกู้รวมทั้งหมด โดยมีเพดานกำหนดอยู่ที่ประมาณ 90-100% ของราคาซื้อขายหลักทรัพย์ และอาจต้องมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น
-
หลักฐานค่าตกแต่ง ธนาคารอาจขอเอกสารแสดงค่าใช้จ่ายในการตกแต่ง เช่น สัญญาว่าจ้างผู้รับเหมา หรือใบเสนอราคาจากร้านเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินที่กู้เพิ่มจะถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้
-
การพิจารณาเป็นสินเชื่อบุคคล บางธนาคารอาจแยกวงเงินตกแต่งออกมาเป็น สินเชื่อส่วนบุคคล หรือสินเชื่ออเนกประสงค์ ซึ่งอาจมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าสินเชื่อบ้านหลักเล็กน้อย
ควรปรึกษาธนาคารที่คุณสนใจขอ สินเชื่อบ้าน เพื่อสอบถามถึงนโยบายการกู้เผื่อตกแต่งโดยเฉพาะ เพราะแต่ละสถาบันการเงินมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน
-
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารตัดสินใจปล่อยสินเชื่อบ้าน
นอกเหนือจากเรื่องเปอร์เซ็นต์การปล่อยกู้ สิ่งที่คนรุ่นใหม่ต้องให้ความสำคัญที่สุดคือ “ความพร้อม” และ “ความน่าเชื่อถือ” ของตัวผู้กู้เอง
-
ประวัติเครดิตที่สะอาด นี่คือปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งที่ธนาคารใช้ตัดสินใจ หากคุณมีประวัติการชำระหนี้ตรงเวลา ไม่เคยผิดนัดชำระหนี้ใดๆ ประวัติเครดิตที่ดีจะเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อบ้าน และการได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ
-
อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (DSR) ที่เหมาะสม ธนาคารจะพิจารณาว่ารายได้รวมของคุณมีสัดส่วนหนี้สินอื่นๆ เช่น ผ่อนรถ บัตรเครดิต รวมแล้วเกิน 50-60% ของรายได้ต่อเดือนหรือไม่ หากหนี้สินรวมสูงเกินไป โอกาสในการได้รับสินเชื่อบ้านก็จะลดลง
การเตรียมตัวจัดการหนี้สินที่มีอยู่ให้เรียบร้อยและสร้างประวัติทางการเงินที่ดีล่วงหน้า คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการก้าวเข้าสู่การเป็นเจ้าของบ้านอย่างมั่นคง
การวางแผนการเงินที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการมีบ้าน การเข้าใจแนวทางของสินเชื่อบ้านในปัจจุบันจะช่วยให้คุณเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ





