“กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” ตั้งโต๊ั้งแถลงด่วน! ขอโทษปมดราม่าเจลาโต้ ย้ำ “อร่อยอันดับ1 ของโลก” ท้าเชฟอื่นท าแข่งเตรียมอัพราคา 700 บาท!
เรียกได้ว่าเป็นกระแสมรสุมดราม่าร้อนแรงที่โลกโซเชียลและเหล่าคนดังออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจแบรนด์ไอศกรีมเจลาโต้ “PARAMETER” ในประเด็นราคาของไอศรีมที่ถูกมองว่าแรงเกินไปหรือเรื่องของแนวความคิด และการตลาดคอนเทนต์ที่ไม่สร้างสรรค์ กฎเหล็กการกิน การห้ามถ่ายรูปหรือห้ามเคี ยว ปริมาณน้ำหนักที่ไม่เท่ากันและการตอบกลับคอมเมนต์ชาวเน็ตของทางแบรนด์

ต่อมาทางด้านหนุ่ม “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” เจ้าของกิจการไอศกรีมเจลาโต้ทนกระแสสังคมไม่ไหวได้ร่อน หมายเชิญชวนสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมาเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงในทุกประเด็นต่างๆที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์และตอบคำถามที่สังคมกำลังสงสัย
“จากกระแสดราม่าว่าแบรนด์นี้เรื่องเยอะห้ามลูกค้าถ่ายรูปหรือห้ามเคียวทางตนนั้นมีเจตนาที่ดีเพราะไอศรีมมีราคาสูงอยากให้ลูกค้าตักคำเล็กๆและรีบกินตอนที่อุณหภูมิยังสมบูรณ์ที่สุดหากมัวแต่ถ่ายรูปจะทำให้ไอศกรีมเสียรสชาติได้ ส่วนเรื่องถ่ายรูปนั้นไม่ได้มี พ.ร.บ.ข้อไหนห้ามถ่ายรูปคลิปที่เห็นคือการเล่นกันสนุกๆหน้าร้านเท่านั้น
ประเด็นการใช้คำในโลกออนไลน์ที่ว่า “ในกะลาและมายเซ็ตไม่พัฒนา” ทางตนยอมรับว่าอาจจะใช้คำที่รุนแรง
เกินไปทำให้คนฟังรู้สึกแย่ตีความเจตนาผิดเพี้ยนหากทำให้รู้สึกแย่หรือเข้าใจผิด “ตนขอโทษจากใจจริง” ยืนยันว่าเจตนาดีอยากเห็นคนไทยพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพระดับสากล

ส่วนเรื่องราคาที่แพง ยืนยันว่า “สมเหตุสมผลและลดราคาต่ำกว่านี้ไม่ได้แล้ว เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสูงมากพวกเมล็ดกาแฟเป็นวัตถุดิบที่ประมูลมา” พร้อมท้าทายเชฟที่บอกว่าเรียนอิตาลีมาเหมือนกัน ถ้าทำสินค้าคุณภาพเท่าตนได้แล้วขายในราคาที่ถูกกว่าก็ให้ทำมาขายแข่งกันได้เลย เพราะมั่นใจว่ามันยากมากพร้อมสปอยล์ว่าจะเปิดตัวรสชาติใหม่ราคาพุ่งสูงถึงถ้วยละ 700-900 ในอนาคต ประเด็นดราม่าของน้ำหนักไอศกรีม ตนนั้นมีความจริงใจต้องการชั่งให้เห็น ซึ่งไอศกรีมตักสดไม่มีทางเป๊ะเท่ากันทุกถ้วยแน่นอน ส่วนการตักออกหากเกิน 101 กรัม ก็เพราะสัดส่วนปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลต่อรสชาติความอร่อย
เผยดราม่าไม่มีผลกระทบ ยอดขายยังแน่นร้านเหมือนเดิม” แถมยังทิ้งท้ายด้วยประโยคสุดเด็ดว่า “กล้าพาดหัวเลยว่ารสพิสตาชิโอ เฮเชลนัท ช็อกโกแลต และเอสเพรสโซ่ของร้าน อร่อยเป็นอันดับ 1 ของโลก” พร้อมลั่นว่าขนาดร้านมิชลิน 3 ดาวที่เคยชิมมายังสู้ไม่ได้ และไม่กลัวว่าแบรนด์จะอยู่ได้ไม่นานเพราะถ้าสินค้าไม่ดีจริงเดี๋ยวก็เจ๊งไปเองตามกลไกตลาด“

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews