Home
|
ข่าว

“อภิสิทธิ์” ควง “เอิร์ธ-พงศกร”หาเสียง เขต4กทม.-เมินท่าทีภูมิใจไทย

Featured Image
“อภิสิทธิ์” ควง “เอิร์ธ-พงศกร”หาเสียงวัฒนา-คลองเตย แจงงบฯ นโยบาย ปชป.ผูกพัน 4 ปี ไม่สร้างภาระคลัง เมินท่าทีภูมิใจไทย “ชัยชนะ” มั่นใจ ปชป. กวาด สส. ใต้มากสุด ชี้ประชาชนตัดสินใจแล้วกว่า 95%

 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ตลาดแสงทิพย์ เขตวัฒนา เพื่อช่วยนายพงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯเขต 4 หมายเลข 1 หาเสียงกับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่

 

โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และให้กำลังใจ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งครั้งนี้

 

 

 

 

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า การกลับมาหาเสียงในเขตวัฒนาและคลองเตยให้ความรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เคยทำงานและผูกพันมาโดยตลอด ครั้งนี้จึงนำคนรุ่นใหม่อย่างนายพงศกรมาสานต่อเจตนารมณ์การทำงานเพื่อประชาชน และหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่

 

 

นายอภิสิทธิ์ ยังชี้แจงกรณีสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) วิเคราะห์งบประมาณนโยบายของพรรคการเมืองว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอภายใต้กรอบที่ กกต. กำหนด โดยเป็นงบประมาณผูกพันระยะ 4 ปี และหลายโครงการเป็นการต่อยอดจากงบเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นการสร้างภาระทางการคลังเพิ่มเติม เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือกรณีนโยบายค่าไฟซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน

 

 

พร้อมย้ำว่าพรรคได้คำนวณฐานรายได้และการจัดเก็บภาษีของประเทศอย่างรอบคอบ มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาทางการคลัง

 

 

 

 

 

ส่วนการวิเคราะห์งบประมาณของ TDRI จะกระทบต่อการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า TDRI วิเคราะห์งบของทุกพรรค และตัวเลขโดยรวมไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่บางพรรคเขียนโครงการโดยไม่ระบุงบประมาณอย่างชัดเจน จึงเห็นว่า กกต. ควรตรวจสอบให้เข้มงวดมากขึ้น

 

สำหรับท่าทีของพรรคภูมิใจไทยที่พร้อมลืมความแค้นและจับมือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนนั้น นายอภิสิทธิ์ เห็นว่า เป็นท่าทีที่พรรคภูมิใจไทยแสดงออกมาโดยตลอด แต่ในการหาเสียงกลับโจมตีพรรคอื่น จึงเชื่อว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนชัดเจนเพียงใด ขณะที่จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น หากนโยบายไปด้วยกันและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ แต่หากไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบในสภา

 

 

 

 

 

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงกรณี กกต. เตรียมส่งรายชื่อผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติให้ศาลวินิจฉัยว่า เป็นเรื่องปกติตามกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ได้ให้ผู้สมัครรับรองตนเอง และส่งข้อมูลไปตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ พร้อมชี้แจงขั้นตอนให้ กกต. รับทราบล่วงหน้าแล้ว

 

ขณะเดียวกัน นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้กำกับดูแลพื้นที่ภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่หาเสียง จ.นครศรีธรรมราช แสดงความมั่นใจว่า การกลับมาของนายอภิสิทธิ์ในตำแหน่งหัวหน้าพรรค ช่วยฟื้นคะแนนนิยมในภาคใต้ได้อย่างชัดเจน และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะได้ สส. ภาคใต้มากกว่า 25 ที่นั่ง

 

 

 

 

นายชัยชนะ ระบุว่า จากการลงพื้นที่พบว่า ประชาชนตัดสินใจเลือกตั้งแล้วกว่า 95% แม้จะเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายและมีการใช้งบประมาณหาเสียงจำนวนมากก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจประชาชนได้พร้อมย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นรัฐบาลตลอด 30 ปีอย่างที่ถูกโจมตี แต่มีโอกาสบริหารประเทศจริงเพียงไม่กี่ปี และผลงานที่ทำไว้ประชาชนในภาคใต้รับรู้เป็นอย่างดี

 

สำหรับวาทกรรม “สมบัติพ่อเฒ่า” ที่ถูกหยิบมาโจมตี นายชัยชนะ กล่าวว่า เป็นความรู้สึกที่เกิดจากประชาชน ไม่ใช่นักการเมือง และเชื่อว่ากระแสนี้ชัดเจนแล้วจากการตอบรับในการปราศรัยและการลงพื้นที่พร้อมย้ำว่าคำตอบสุดท้ายจะอยู่ที่ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ว่าประชาชนตัดสินใจอย่างไร

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube