สภานักศึกษารามฯ แถลงจุดยืน ปลดหมอสุภัทร!
กรณีมติลงโทษวินัย นพ.สุภัทร จากการจัดซื้อ ATK ช่วงโควิด ยังคงถูกตั้งคำถาม ล่าสุดสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ออกมาแสดงจุดยืน
พร้อมขอให้มีการตรวจสอบอย่างรอบด้านจากสาธารณชน
จากกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขมีมติปลด นพ.สุภัทรอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ออกจากราชการ จากข้อกล่าวหากระทำผิดวินัยร้ายแรง กรณีการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 (ATK) ในโครงการ “แพทย์ชนบทบุกกรุง” เมื่อปี 2564
ล่าสุด ประเด็นดังกล่าวยังคงถูกจับตามองอย่างกว้างขวางในสังคม โดยเพจ “เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย” ได้ออกแถลงการณ์ของสภานักศึกษา
มหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งแสดงจุดยืนต่อมติของคณะกรรมการ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุขที่มีมติลงโทษวินัยร้ายแรงต่อ นพ.สุภัทร จากกรณีดังกล่าว
สภานักศึกษาระบุว่า ในช่วงปี 2564 ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตด้านสาธารณสุขที่รุนแรงที่สุด จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยอาการหนัก และผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ระบบสาธารณสุข โดยเฉพาะการตรวจคัดกรอง และจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วย ไม่เพียงพอต่อสถานการณ์
ภายใต้บริบทดังกล่าว ชมรมแพทย์ชนบทได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนในเขตเมือง ผ่านปฏิบัติการ “#แพทย์ชนบทบุกกรุง” โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อช่วยรักษาชีวิตประชาชนอย่างเร่งด่วน มิได้มีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนหรือประโยชน์ทางอื่นใด
สำหรับการจัดซื้อชุดตรวจ ATK ในช่วงเวลานั้น สภานักศึกษามองว่า เป็นการดำเนินการ ภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ปริมาณความต้องการล่วงหน้าได้ การจัดซื้อจึงเป็นไปตามความจำเป็นเฉพาะหน้า เพื่อให้ประชาชนทุกคนที่เข้ารับการตรวจ สามารถเข้าถึงการคัดกรองได้อย่างทันท่วงที
อย่างไรก็ตาม กระบวนการสอบสวนทางวินัยกลับให้น้ำหนักกับการตีความเชิงระเบียบ โดยตั้งข้อกล่าวหาเรื่อง “การแบ่งซื้อ” เป็นหลัก ขณะที่แทบไม่ปรากฏการพิจารณาถึงเจตนา ความจำเป็น และบริบทของวิกฤตด้านสาธารณสุขในขณะนั้นอย่างรอบด้าน
สภานักศึกษายังตั้งข้อสังเกตถึงจังหวะเวลาของการพิจารณาและมีมติในคดีดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้วหลายปี และถูกเร่งรัดในช่วงใกล้การเลือกตั้ง อันอาจส่งผลโดยตรงต่อสิทธิทางการเมืองและคุณสมบัติของผู้ถูกกล่าวหา พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า
เหตุใดคดีที่ค้างมานานจึงถูกเร่งตัดสินในช่วงเวลาที่อ่อนไหวทางการเมือง การบังคับใช้กฎหมายในกรณีนี้ เป็นไปอย่างเสมอภาคและปราศจากอคติหรือไม่
หลักนิติธรรมกำลังถูกใช้เพื่อรักษาความยุติธรรม หรือถูกใช้เป็นเครื่องมือทางอำนาจ
ท้ายที่สุด สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง เห็นว่า บุคลากรที่ตัดสินใจปฏิบัติหน้าที่ เพื่อปกป้องชีวิตประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน ควรได้รับการคุ้มครองตามหลักความเป็นธรรม ไม่ใช่ถูกลงโทษย้อนหลังโดยละเลยบริบทและเจตนาที่แท้จริง พร้อมระบุว่า การใช้อำนาจรัฐใด ๆ ที่ก่อให้เกิดข้อสงสัยต่อความเป็นอิสระและความเป็นธรรมของกระบวนการ ย่อมบั่นทอนความเชื่อมั่นของสังคมต่อระบบราชการและประชาธิปไตย
สภานักศึกษาจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และยึดหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง รวมถึงเปิดโอกาสให้สาธารณชนสามารถตรวจสอบได้อย่างกว้างขวาง
กรณีนี้ยังคงต้องติดตามต่อไปว่า กระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถคลี่คลายข้อสงสัยของสังคมได้มากน้อยเพียงใด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





