คดี ฮั้ว สว.ยังไงต่อ? ถึงเวลา”กกต.-DSI” ต้องมีคำตอบ!
ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า “ภูมิธรรม เวชยชัย” และ “ทวี สอดส่อง” ไม่ได้แทรกแซงคดี “ฮั้ว สว. ในคดีที่สว.92 คน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นกลุ่ม “สว.สีน้ำเงิน” เชื่อมโยงกับพรรคการเมืองสีน้ำเงิน ยื่นคำร้องผ่าน “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็น่าจะมีคำถามตามมาว่า แล้วคดีฮั้ว สว.จะเดินหน้าต่ออย่างไร “ดีเอสไอ กับ กกต.” ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงต้องดำเนินการสืบสวน สอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ และต้องเอาคนผิดมารับโทษให้ได้
ที่มาที่ไปของคดีฮั้ว สว. เกิดขึ้นมาจาก กลุ่ม ส.ว.สำรอง และผู้สมัคร สว.บางส่วนกว่า 40 คน ได้ออกมาเรียกร้องให้ กกต.เร่งสอบสวนคำร้องเกี่ยวกับการจัดเลือก สว.ที่ไม่สุจริต จำนวน 570 คำร้องเมื่อต้นเดือน ก.พ.2568 และตามมาด้วยการยื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ โดยขอให้ดีเอสไอ เข้าร่วมสอบสวนคดีการฮั้ว โกง และบล็อกโหวตในการเลือก สว. คดีนี้ ได้รับความสนใจจากประชาชน และฝ่ายการเมืองเป็นอย่างมาก เพราะการสอบสวน พบโพยฮั้ว มีหมายเลขผู้สมัครสว. 2 ชุด กลุ่มละ 7 คน รวม 140 คน และในการเลือก สว.ระดับประเทศ
ยังพบว่าขบวนการจัดตั้งมีจำนวนผู้สมัคร สว.ซึ่งอยู่ในขบวนการ ประมาณ 1,200 คน และโพยฮั้ว สว.จำนวน 2 ชุด กลุ่มละ 7 คนนั้น พบว่าเป็นผู้ได้รับเลือกเป็น สว. จำนวน 138 คน และอยู่ในลำดับสำรองอีก 2 คน ทำให้คดีดังกล่าว ในมือของ กกต.และดีเอสไอ มีผู้ถูกกล่าว หาพัวพันเชื่อมโยงเป็นวงกว้าง ทั้งตัวสว.นักการเมือง และพรรคการเมือง โดยในมือของ กกต. จะเป็นการดำเนินคดีเพื่อเอาผิดตามกฏหมายเลือก สว.เป็นคดีในทางการเมือง ส่วนในมือของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นคดีอาญาความผิดฐานอั้งยี่ และความผิดฐานฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 แต่คดีชงักไป เพราะ สว.ร้องว่า “ภูมิธรรม และ ทวี” แทรกแซงคดี
คดีฮั้ว สว.ในมือของ กกต. และดีเอสไอ ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป รอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ว่า”ภูมิธรรม และ ทวี”แทรกแซงคดีหรือไม่ แต่เมื่อมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว ว่าไม่ได้แทรกแซง กระบวนการเดินหน้าของคดีหลังจากนี้ จะเป็นไปในทิศทางใด เป็นสิ่งที่หลายฝ่ายกำลังจับตา เพราะล่าสุด กกต.เพิ่งจะมีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับข้อมูลการสอบสวนจากดีเอสไอ มาประกอบการพิจารณา อีกทั้งเวลานี้ เป็นช่วงเวลา ที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง สส.ทั่วประเทศ กกต.จึงถูกตั้งคำถามว่า การจัดการเลือกตั้ง สส.จะเป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส เที่ยงธรรม หรือไม่ ท่ามกลางปัญหาทุนเทา และผู้สมัคร สส.บางคนคือผู้ถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว. จะไม่มีปัญหายืดเยื้อคาราคาซัง ตามมาแบบคดีฮั้ว สว.ให้สังคมคาใจอีกหรือไม่
ทั้งนี้ กลุ่ม สว.สำรอง ที่นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว พยายามเรียกร้องให้ กกต.ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และสรุปสำนวนเพื่อส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามขั้นตอนโดยเร็ว แต่จากการทำงานที่ล่าช้าของ กกต.ในคดีฮั้ว สว.ที่ผ่านมา ทำให้ “สว.สำรอง”ได้ยื่นฟ้อง เอาผิด กกต.ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (มาตรา 157) ซึ่งวันที่ 27 ม.ค.นี้ ศาลจะมีคำตอบว่า “รับฟ้อง”หรือไม่ ซึ่งหากศาลรับฟ้อง และสั่งให้ กกต.ที่ถูกร้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็อาจส่งผลให้ กกต.มีองค์ประชุมไม่ครบ 5 คน ซึ่งจะกระทบต่อการจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ.นี้
ดังนั้น คดีมหากาพย์ ฮั้ว สว. อาจเป็นตัวชี้วัดว่า การเมืองไทยจะเดินหน้าสู่ความโปร่งใส หรือถอยหลังสู่วังวนเก่าๆ หมกเอาไว้อยู้ใต้พรม จนครบวาระ 5 ปี แล้วคดีค่อยๆ เลือนหายไป
ซึ่ง กกต. และ ดีเอสไอ จะต้องเป็นผู้ให้คำตอบ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





