รวมข้อควรรู้ก่อนเลือกตั้ง 2569 เช็กให้ครบก่อนเข้าคูหา
ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง 2569 ควรรู้อะไรบ้าง

ถ้าพูดถึงหนึ่งในประเด็นที่ผู้คนในสังคมให้ความสนใจในขณะนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “การเลือกตั้ง” ที่จะมีการลงคะแนนและประชามติในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ซึ่งมีความแตกต่างจากปีก่อน ๆ คือจัดขึ้นในวันเดียว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้รับบัตรลงคะแนนทั้งหมด 3 ใบ ในคราวเดียว
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ไม่ได้สนใจในเรื่องของการเมือง อาจจะยังมีข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ในบทความนี้จึงได้รวบรวมข้อควรรู้ก่อนเลือกตั้ง 2569 มาอย่างครบถ้วน เพื่อคลายข้อสงสัยเหล่านั้น และทำให้มองเห็นความสำคัญของการเลือกตั้งในครั้งนี้มากขึ้น จะเป็นยังไง ไปหาคำตอบพร้อมกันในบทความได้เลย

Thailand flags, hand dropping ballot card into a box – voting, election concept – 3D illustration
เลือกตั้ง 2569 สำคัญยังไง ทำไมจึงไม่ควรละเลย
การเลือกตั้ง 2569 ในครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งครั้งที่ 28 ซึ่งเป็นการเลือกตั้ง สส. ที่มี “ประชามติรัฐธรรมนูญ” พ่วงมาด้วย และเป็นครั้งที่ไม่มี สว. (สมาชิกวุฒิสภา) มาเป็นปัจจัยในการเลือกนายกฯ แตกต่างจากการเลือกตั้งในอดีตที่ผ่านมา
การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชนในการเลือกผู้บริหารประเทศโดยตรง และเสียงของประชาชนจะถูกรับฟังเพื่อนำไปใช้กำหนดอนาคตของประเทศอย่างแท้จริง
![]()
ใครมีสิทธิเลือกตั้ง 2569
สำหรับคนที่มีสิทธิเลือกตั้ง 2569 จะต้องเป็นคนที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี (เกิดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2551 หรือเกิดก่อนหน้านั้น) มีสัญชาติไทย หรือถ้าแปลงสัญชาติต้องได้รับสัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง
สำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งในครั้งนี้ ประกอบไปด้วย กลุ่มผู้ต้องขัง หรืออยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ รวมถึงผู้ที่วิกลจริต สติไม่สมประกอบ และภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
วันเลือกตั้ง ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง (และรวมถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า) จะต้องเตรียมหลักฐานที่ใช้แสดงตัวตน เพื่อให้สามารถเข้าเลือกตั้งได้อย่างถูกต้อง แนะนำให้เตรียมบัตรประชาชน หรือหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบขับขี่, หนังสือเดินทาง, แอปพลิเคชัน ThaID หรือ แอปพลิเคชัน DLT OR LICENCE เอาไว้ให้เรียบร้อย
บัตรเลือกตั้ง มีอะไรบ้าง แต่ละสีมีความหมายอย่างไร
เรื่องของบัตรเลือกตั้ง ก็เป็นอีกส่วนที่หลายคนสงสัย แม้จะเคยเลือกตั้งมาก่อน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องใช้บัตร 3 ใบในวันเดียว แบ่งเป็นบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ และบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ ซึ่งแต่ละสีก็จะมีหน้าที่แตกต่างกัน แบ่งเป็นสองส่วนหลัก ได้แก่
การเลือกตั้ง สส.
การเลือกตั้ง สส. จะได้รับบัตรสองใบ คือ
- บัตรสีเขียว (เลือก สส.แบบแบ่งเขต หรือเลือกคน)
- บัตรสีชมพู (เลือก สส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือเลือกพรรค)
การออกเสียงประชามติ
การออกเสียงประชามติ จะได้รับบัตรสีเหลือง เพื่อลงความเห็นว่า “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” ต่อคำถามประชามติ (โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ)

ขั้นตอนการเลือกตั้ง
สำหรับขั้นตอนการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีดังนี้
- ตรวจสอบรายชื่อ: การตรวจสอบรายชื่อ ทำได้โดยดูลำดับจากบัญชีรายชื่อหน้าหน่วยเลือกตั้ง
- แสดงตัวตน: การแสดงตัวตน สามารถทำได้โดยการยื่นบัตรประชาชนต่อเจ้าหน้าที่ ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือ
- รับบัตรเลือกตั้งสส. หลังจากยืนยันตัวตนเสร็จ จะได้รับบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ คือบัตรสีเขียว และบัตรสีชมพู
- รับบัตรประชามติ: หลังจากนั้นจะยืนยันตัวตนอีกครั้ง เพื่อรับบัตรประชามติสีเหลือง
- เข้าคูหาลงคะแนน: เมื่อได้รับบัตรทั้ง 3 ใบ จะเป็นขั้นตอนการเข้าสู่คูหาเพื่อลงคะแนน โดยทำเครื่องหมายกากบาทลงในช่องลงคะแนนเครื่องหมายเดียวต่อบัตรหนึ่งใบ จากนั้นนำบัตรทั้ง 3 ใบที่พับเรียบร้อยแล้ว มาหย่อนลงในหีบบัตรแต่ละประเภทด้วยตนเองเป็นอันเสร็จสิ้น
ข้อห้ามในวันเลือกตั้ง
ข้อห้ามในวันเลือกตั้ง เป็นสิ่งสำคัญที่ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะถ้าหากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามกฎหมาย และส่งผลกระทบโดยตรง โดยมีข้อห้าม ดังนี้
- ห้ามใช้บัตรอื่นที่ไม่ใช่บัตรลงคะแนนจากเจ้าหน้าที่
- ห้ามนำบัตรออกจากหน่วยเลือกตั้ง
- ห้ามทำเครื่องหมายบนบัตร
- ห้ามถ่ายภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว
- ห้ามแสดงบัตรที่ลงคะแนนแล้วให้ผู้อื่นเห็น
- ห้ามจงใจทำบัตรชำรุดเสียหาย
- ห้ามผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งปลอมแปลงหรือนำบัตรของผู้อื่นมาใช้สิทธิ
ไม่ไปเลือกตั้ง ส่งผลต่อสิทธิในอนาคตอย่างไร
สำหรับใครที่ไม่สะดวกไปเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดให้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ก็ยังต้องไปออกใช้สิทธิออกเสียงประชามติอยู่ดี หรือถ้าหากไม่สะดวกไปเลือกตั้งจริง ๆ ก็จะต้องแจ้งเหตุผลภายใน 7 วันก่อนหรือหลังเลือกตั้ง
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในมุมของคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องการเมืองมากนัก อาจมองว่าการไม่ไปเลือกตั้งไม่ได้ส่งผลกระทบอะไร แต่ในความเป็นจริงการ “นอนหลับทับสิทธิ” ย่อมส่งผลต่อสิทธิทางการเมืองในอนาคต ซึ่งการถูกจำกัดสิทธิเหล่านี้ จะมีระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนั้น ๆ
- ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น สว.
- ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน
- ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
- ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส.
- ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งในองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ
การเลือกตั้ง เป็นสิทธิพื้นฐานของชาวไทยทุกคน จึงอยากจะเชิญชวนทุกท่านให้ออกไปใช้สิทธิกัน เพราะมีเพียงเราเท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตาม ควรทำความเข้าใจสิทธิของตนเองและศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน เพราะเมื่อมีข้อมูลครบถ้วนและตัดสินใจด้วยเหตุผล เสียงของแต่ละคนย่อมมีความหมาย และสามารถสะท้อนความต้องการของสังคมได้อย่างแท้จริง
สามารถติดตามข้อมูลการเลือกตั้งเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.ect.go.th/ect_th/th
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





