ค่าฝุ่น PM 2.5 ระดับไหนกระทบสุขภาพ พร้อมแนวทางป้องกัน
ค่าฝุ่น PM 2.5 อันตรายใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลย
ถ้าพูดถึงหนึ่งในปัญหาที่น่าเป็นห่วงของสังคมไทยปัจจุบัน เรื่องของค่าฝุ่น PM 2.5 ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรละเลย เพราะสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะลดลง ทั้งยังส่งผลต่อสุขภาพของผู้คนได้ในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้เข้าใจและสามารถรับมือได้อย่างเหมาะสม ในบทความนี้จึงจะพามารู้จักกับค่าฝุ่น PM 2.5 ให้มากขึ้น ไปดูพร้อมกันในบทความได้เลย

ค่าฝุ่น PM 2.5 คืออะไร ทำไมถึงสูงขึ้น
ค่าฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งสามารถแทรกซึมเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือดได้ และด้วยขนาดที่เล็กมาก จึงทำให้ร่างกายไม่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กนั้นได้ เมื่อสูดลมเข้าไปจึงส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในส่วนอื่น ๆ
สาเหตุที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกิดจากสาเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปริมาณมลพิษจากแหล่งกำเนิดที่มีจำนวนมาก, อุณหภูมิในพื้นที่ต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียส ประกอบกับมีความเร็วลมในแนวราบต่ำกว่า 3 เมตรต่อวินาทีหรือ10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รวมทั้งมีค่าความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศตั้งแต่ 50% ขึ้นไป ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ค่าฝุ่น PM 2.5 ระดับไหนจึงจะอันตราย
สำหรับเกณฑ์ของดัชนีคุณภาพอากาศประเทศไทย แบ่งได้ดังนี้
- สีฟ้า: สีฟ้า ค่าฝุ่นจะอยู่ที่ 0-25 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีมาก สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ
- สีเขียว: สีเขียว ค่าฝุ่นจะอยู่ที่ 26-50 อยู่ในเกณฑ์ดี แต่ก็ยังสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งและท่องเที่ยวได้ตามปกติ
- สีเหลือง: สีเหลือง ค่าฝุ่นจะอยู่ที่ 51-100 อยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ค่าฝุ่นเริ่มส่งผลต่อสุขภาพ แนะนำให้ลดกิจกรรมกลางแจ้งลง
- สีส้ม: สีส้ม ค่าฝุ่นจะอยู่ที่ 101-200 อยู่ในเกณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ควรลดกิจกรรมกลางแจ้ง รวมถึงสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน
- สีแดง: สีแดง ค่าฝุ่นตั้งแต่ 200 ขึ้นไป อยู่ในเกณฑ์ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีมลพิษ รวมถึงสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน ถ้าหากมีอาการผิดปกติใด ๆ ควรเข้าพบแพทย์ทันที
ค่าฝุ่น PM 2.5 สูง ส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร
ค่าฝุ่น PM 2.5 ที่สูงขึ้น จะส่งผลต่อสุขภาพในด้านต่าง ๆ ทั้งระบบหายใจ ระบบผิวหนัง รวมถึงดวงตา ดังนี้
- ระบบทางเดินหายใจ: ฝุ่น PM 2.5 จะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทำให้ระคายเคือง แสบจมูก หายใจลำบาก และมีอาการไอ อีกทั้งสำหรับคนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ หรือหอบหืด ฝุ่นเหล่านี้อาจกระตุ้นอาการของโรคได้ด้วย
- ระบบผิวหนัง: ถ้าหากสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 ต่อเนื่อง อาจทำให้ระคายเคืองผิวหนัง และมีผดผื่นขึ้นตามตัว รวมถึงอาจมีสิวบนใบหน้าได้
- ดวงตา: ดวงตาเป็นส่วนที่บอบบาง ดังนั้น ถ้าหากสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 อาจทำให้ระคายเคือง ตาแห้ง ตาแดง และถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาว อาจส่งผลต่อการมองเห็นได้ด้วย

แนวทางดูแลตัวจากฝุ่น PM 2.5
เนื่องจากในปัจจุบัน เรายังไม่รู้ว่าปัญหาฝุ่น PM 2.5 จะอยู่กับเราอีกนานแค่ไหน ดังนั้น แนะนำให้ดูแลตัวเองตามแนวทางของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ดังนี้
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องออกจากบ้าน
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ทานอาหารที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำสม่ำเสมอ
- หมั่นตรวจเช็กที่อยู่อาศัย เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่น PM 2.5 จากภายนอกเข้ามา
- สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรสำรองยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อม และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
- สังเกตอาการของตัวเองอยู่เสมอ กรณีที่มีอาการผิดปกติใด ๆ เช่น หายใจลำบาก หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก เวียนศีรษะ หรือเมื่อยล้าผิดปกติ แนะนำให้เข้าพบแพทย์ทันที

วิธีเช็กค่าฝุ่นด้วยตัวเอง
สำหรับใครที่ต้องการเช็กค่าฝุ่นด้วยตัวเอง สามารถทำได้โดยเช็กผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ (เช่น IQAir AirVisual, Air4Thai, BreezoMeter) หรือ เว็บไซต์ของหน่วยงาน (เช่น กรมควบคุมมลพิษ, GISTDA) เพื่อดูข้อมูลแบบเรียลไทม์ โดยแอปเหล่านี้จะดึงข้อมูลจากสถานีตรวจวัดใกล้เคียงมาแสดงเป็น ค่า PM 2.5 และ ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) พร้อมบอกระดับความอันตราย เพื่อให้สามารถป้องกันตัวเอง เช่น ใส่หน้ากาก หรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
ค่าฝุ่น PM 2.5 วันนี้ (16 ม.ค. 69) อยู่ในระดับไหน
สำหรับวันที่ 16 ม.ค.2569 เวลา 07.00 น. ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 57.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อ ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐาน 37.5 มคก.ต่อ ลบ.ม.) โดยเขตที่มีค่าฝุ่น PM 2.5 สูงสุด มีดังนี้
- เขตบางรัก 75.8 มคก./ลบ.ม.
- เขตลาดกระบัง 75.5 มคก./ลบ.ม.
- เขตปทุมวัน 73.7 มคก./ลบ.ม.
- เขตประเวศ 71.4 มคก./ลบ.ม.
- เขตจตุจักร 70.9 มคก./ลบ.ม.
- เขตสาทร 70.4 มคก./ลบ.ม.
- เขตคลองสามวา 68.4 มคก./ลบ.ม.
- เขตหนองจอก 64.8 มคก./ลบ.ม.
- เขตคลองเตย 64.1 มคก./ลบ.ม.
- เขตบึงกุ่ม 63.5 มคก./ลบ.ม.
- เขตราชเทวี 62.8 มคก./ลบ.ม.
- เขตมีนบุรี 62.2 มคก./ลบ.ม.

ค่าฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหาที่ไม่ควรละเลย เพราะสามารถส่งผลต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว แนะนำให้หมั่นตรวจสอบค่าฝุ่น PM 2.5 ก่อนออกจากบ้าน เลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตในช่วงที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลต่อสุขภาพ เพื่อดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





