รอยยิ้มที่ดูดีคือประตูบานแรกสู่ความสำเร็จ แต่หลายคนกลับต้องเก็บซ่อนรอยยิ้มไว้เพียงเพราะไม่อยากติดเครื่องมือจัดฟันที่เป็นโลหะ ในยุคนี้ จัดฟันใส (Invisalign) จึงกลายเป็นทางออกที่ช่วยแก้ปัญหาการเรียงตัวของฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่แทบไม่มีใครรู้ว่ากำลังใส่เครื่องมืออยู่ บทความนี้ ได้รวบรวมราคาของ Invisalign แต่ละประเภท พร้อมแนะนำประเภทจัดฟันใสที่เหมาะกับคุณ
จัดฟันใส Invisalign คืออะไร?
จัดฟันใส Invisalign คือนวัตกรรมการจัดฟันแบบถอดได้ที่ใช้เครื่องมือทำจากวัสดุ SmartTrack ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงและใสจนแทบมองไม่เห็น เครื่องมือนี้ถูกออกแบบมาเฉพาะบุคคลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ 3 มิติ เพื่อค่อย ๆ เคลื่อนฟันไปยังตำแหน่งที่ต้องการอย่างนุ่มนวลและแม่นยำ ช่วยให้คุณมีรอยยิ้มที่สวยงามได้โดยไม่กระทบต่อบุคลิกภาพหรือการใช้ชีวิตประจำวัน เหมือนกับการดัดฟันทั่วไป
จัดฟันใส Invisalign แต่ละแบบราคาเท่าไหร่?

Invisalign ไม่ได้มีราคาเดียว แต่แบ่งตามความซับซ้อนของปัญหาฟันและจำนวนชุดเครื่องมือที่ใช้ มาเช็กกันว่าแพ็กเกจไหนที่เหมาะกับคุณ โดยอ้างอิงมาตรฐานราคามาจาก TEETH TALK Dental Clinic
Invisalign Express (ราคา 49,000 บาท)
แพ็กเกจเริ่มต้นสำหรับผู้ที่มีปัญหาฟันเพียงเล็กน้อย หรือผู้ที่เคยจัดฟันมาแล้วแต่ไม่ได้ใส่รีเทนเนอร์จนฟันเคลื่อนตัวนิดหน่อย (Relapse) การรักษาแบบนี้จะใช้ชุดเครื่องมือจัดฟันไม่เกิน 7 ชุด ใช้เวลาสั้น ๆ ก็สามารถคืนรอยยิ้มที่เรียงสวยได้เหมือนเดิม เป็นทางเลือกที่ประหยัดที่สุดสำหรับการแก้ไขจุดบกพร่องเล็ก ๆ น้อย ๆ
Invisalign Essential (ราคา 69,000 บาท)
ขยับขึ้นมาสำหรับผู้ที่มีปัญหาฟันซ้อนเกหรือฟันห่างในระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง แพ็กเกจนี้จะครอบคลุมจำนวนชุดเครื่องมือประมาณ 20 ชุด ซึ่งเพียงพอต่อการแก้ไขการเรียงตัวของฟันที่ไม่ซับซ้อนมากนัก เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าแบบ Express แต่ปัญหายังไม่เยอะถึงขั้นต้องใช้แบบ Full Option
Invisalign Lite (ราคา 99,900 บาท)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาฟันระดับปานกลาง เช่น ฟันซ้อน ฟันเก หรือฟันห่าง ที่ต้องการการเคลื่อนฟันที่มากขึ้น โดยปกติจะได้รับเครื่องมือจัดฟันใสไม่เกิน 14 คู่ แพ็กเกจนี้ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มคนที่ต้องการความเป๊ะของฟันหน้าเพื่อความสวยงาม โดยที่โครงสร้างฟันกรามและการสบฟันไม่ได้มีปัญหาซับซ้อน
Invisalign Moderate (ราคา 119,900 บาท)
ออกแบบมาเพื่อรองรับเคสที่มีความยากระดับปานกลางถึงค่อนข้างมาก ต้องใช้เวลาในการเคลื่อนฟันนานขึ้นและใช้เทคนิคที่ซับซ้อนกว่าแบบ Lite โดยคนไข้จะได้รับชุดเครื่องมือประมาณ 26 ชุด ซึ่งครอบคลุมการแก้ไขปัญหาฟันซ้อนเกที่ชัดเจน หรือการปรับการสบฟันให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
Invisalign Comprehensive (ราคา 139,900 บาท)
หรือที่เรียกกันว่าแบบ “Full Option” เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาฟันซับซ้อนมาก ฟันซ้อนเกรุนแรง ฟันยื่น หรือเคสที่ต้องมีการถอนฟันร่วมด้วย แพ็กเกจนี้ไม่จำกัดจำนวนชิ้นงานภายในระยะเวลาที่กำหนด (ส่วนใหญ่ 5 ปี) ทำให้ทันตแพทย์สามารถปรับแต่งรายละเอียดได้อย่างไร้ขีดจำกัดจนกว่าจะได้รอยยิ้มที่สมบูรณ์แบบ
Invisalign First (ราคา 89,000 – 99,000 บาท)
นวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อเด็กอายุประมาณ 6-10 ปีโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นช่วงที่มีฟันน้ำนมผสมกับฟันแท้ การจัดฟันในระยะนี้ช่วยปรับโครงสร้างขากรรไกรและเตรียมพื้นที่ให้ฟันแท้ขึ้นได้อย่างสวยงาม ลดโอกาสการเกิดปัญหาฟันซ้อนเกรุนแรงในอนาคต ทำให้เด็ก ๆ มีพัฒนาการช่องปากที่ดีตั้งแต่เล็ก
ใครบ้างที่เหมาะกับการจัดฟันแบบใส Invisalign?

ด้วยจุดเด่นเรื่องความใสและความสะดวกสบาย ทำให้ Invisalign ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ลองมาดูกันว่าคุณจัดอยู่ในกลุ่มคนที่เหมาะกับการจัดฟันประเภทนี้หรือไม่
ผู้ที่ต้องการรักษาภาพลักษณ์ และความมั่นใจ
กลุ่มดารา นักแสดง พิธีกร แอร์โฮสเตส หรือผู้บริหารที่ต้องพบปะผู้คนตลอดเวลา มักเลือกวิธีนี้เป็นอันดับแรก เพราะเครื่องมือมีความใสจนสังเกตเห็นได้ยาก ทำให้คุณสามารถพูดคุย ยิ้มแย้ม หรือพรีเซนต์งานได้อย่างมั่นใจเต็มร้อย โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีเหล็กจัดฟันมาบดบังรอยยิ้มหรือทำให้เสียบุคลิกภาพ
ผู้ที่ไม่สะดวกมาพบทันตแพทย์บ่อย ๆ
หากคุณมีตารางงานที่ยุ่งมาก หรือต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ จัดฟันใส คือคำตอบ เพราะคุณสามารถรับชุดเครื่องมือล่วงหน้ากลับไปเปลี่ยนเองที่บ้านได้ตามกำหนด โดยไม่ต้องมาปรับเครื่องมือที่คลินิกทุกเดือนเหมือนการจัดฟันแบบเหล็ก เพียงแค่แวะมาเช็กผลการรักษากับคุณหมอทุก ๆ 2-3 เดือนเท่านั้น
ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายในการทานอาหารและทำความสะอาด
หมดปัญหาเรื่องเศษอาหารติดเหล็ก หรือห้ามกินของแข็งของเหนียว เพราะ Invisalign สามารถถอดออกได้เมื่อถึงมื้ออาหาร คุณจึงทานของโปรดได้ทุกเมนู และที่สำคัญคือสามารถแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันได้ตามปกติ ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาฟันผุและเหงือกอักเสบที่มักพบในคนจัดฟันแบบติดแน่น
ผู้ที่มีปัญหาฟันหลากหลายรูปแบบ
ในอดีตคนอาจมองว่าจัดฟันใสทำได้แค่เคสง่าย ๆ แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันและการวางแผนของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้ Invisalign สามารถแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุม ทั้งฟันสบลึก ฟันล่างคร่อมฟันบน ฟันห่าง หรือฟันซ้อนเกมาก ๆ ซึ่งทันตแพทย์ที่ TEETH TALK Dental Clinic มีประสบการณ์ในการแก้เคสยาก ๆ ให้สำเร็จมาแล้วมากมาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการจัดฟันใส Invisalign
เพื่อคลายข้อสงสัยและช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้รวบรวมคำถามเกี่ยวกับการจัดฟันใสมาไว้ให้แล้ว
1. จัดฟันใส Invisalign ต้องใส่เครื่องมือวันละกี่ชั่วโมง?
วินัยคือสิ่งของความสำเร็จในการจัดฟันใส คุณจำเป็นต้องใส่เครื่องมือให้ได้ 20-22 ชั่วโมงต่อวัน โดยควรถอดเฉพาะตอนรับประทานอาหารและตอนแปรงฟันเท่านั้น หากใส่น้อยกว่านี้ ฟันอาจเคลื่อนที่ไม่ได้ตามแผนที่วางไว้ หรือทำให้ระยะเวลาการรักษายืดเยื้อออกไปได้
2. จัดฟันใสเจ็บไหม?
โดยทั่วไปจะมีความเจ็บน้อยกว่าการจัดฟันแบบเหล็กมาก เพราะไม่มีลวดหรือแบร็คเก็ตมาทิ่มเหงือกและกระพุ้งแก้ม แต่อาจมีความรู้สึกตึง ๆ หรือปวดหนึบ ๆ บ้างในช่วง 1-2 วันแรกหลังจากเปลี่ยนใส่เครื่องมือชุดใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าฟันกำลังมีการเคลื่อนที่ และอาการเหล่านี้จะหายไปเองอย่างรวดเร็ว
3. จัดฟันใสต้องถอนฟันไหม?
ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์และลักษณะฟันของแต่ละบุคคล หากฟันซ้อนเกมากและไม่มีพื้นที่พอ อาจจำเป็นต้องถอนฟัน แต่ในหลาย ๆ เคส Invisalign สามารถใช้วิธีการกรอแต่งฟัน (IPR) เพียงเล็กน้อย หรือขยายขากรรไกรเพื่อสร้างพื้นที่ในการเรียงตัวของฟันได้ โดยไม่ต้องถอนฟันหลัก
สรุป จัดฟันใส Invisalign การลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อรอยยิ้มที่มั่นใจ
การเลือกจัดฟันใส Invisalign ไม่ใช่แค่การจ่ายเงินเพื่อเครื่องมือจัดฟัน แต่คือการลงทุนเพื่อความมั่นใจและสุขภาพช่องปากที่ดีในระยะยาว การเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานอย่าง TEETH TALK Dental Clinic ซึ่งมีทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับ Top Provider และเทคโนโลยีสแกนฟัน iTero 5D+ ที่ทันสมัย จะช่วยการันตีผลลัพธ์ที่แม่นยำและปลอดภัย ให้คุณเห็นภาพรอยยิ้มใหม่ก่อนเริ่มทำจริง
หากคุณพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง สามารถติดต่อนัดหมายได้เลยที่ 099-113-8103 หรือ Line : @teethtalk หรือ Facebook Page : “TEETH TALK Dental Clinic คลินิกทันตกรรม จัดฟัน ทำฟัน”