นายกรัฐมนตรี เรียกประชุม สมช. สั่งคุมเข้มสกัดน้ำมันและยุทธปัจจัยทางทะเล ให้กัมพูชา พร้อมเร่งพาคนไทยหลายพันคนกลับจากปอยเปต ด้วยเครื่องบินพาณิชย์ พร้อมสวน“ทรัมป์”ให้ไปบอกกัมพูชาให้หยุดยิงไทยก่อน ท่ามกลางแรงกดดันจากเวทีโลก ขณะ ”รมว.กลาโหม“ ขอเวลาไม่นาน
เข้าสู่วันที่ 9 เหตุการณ์ปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด โดยมีทหารไทยพลีชีพไปแล้ว 17 นาย แล้ว โดยวันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
โดย สมช. มีมติมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) เป็นหน่วยงานหลัก คุมเข้มการสกัดกั้นน้ำมันและยุทธปัจจัยทางทะเล โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งเตือนเรือไทยในพื้นที่เสี่ยง และตรวจสอบเรือไทย ที่ขนส่งสินค้าที่อาจเอื้อต่อการทำสงครามในกัมพูชา ขณะที่การควบคุมยุทธภัณฑ์ มอบหมายให้กระทรวงกลาโหม ดำเนินการตามกฎหมายควบคุมสินค้าชายแดน
สำหรับการช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอยู่ในปอยเปต ประเทศกัมพูชา มีประมาณ 3-4 พันคน ได้มอบให้กระทรวงต่างประเทศ รับไปดำเนินการ ประสานกับคนไทย ในการเดินทางกลับด้วยเครื่องบินพาณิชย์ หรือการเช่าเหมาลำ
ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ผ่านมามีหลักเกณฑ์ชัดเจนอยู่แล้ว ก็จะมีการรวบรวมผู้บาดเจ็บเสียชีวิต ล่าสุด นำเสนอคณะรัฐมนตรี และมีเงินเยียวยาเพิ่มเติมจากที่เคยอนุมัติก่อนหน้านี้
ด้านกระทรวงพลังงาน ยืนยัน ไม่มีการส่งออกน้ำมันจากไทยไปกัมพูชา ทั้งทางบกและทางเรือ ส่วนที่ด่านช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี เป็นการส่งน้ำมันไป สปป.ลาว เท่านั้น ปริมาณโดยรวมเป็นปกติ และเป็นไปตามฤดูกาล พร้อมย้ำไม่มีการส่งต่อให้กัมพูชา ทั้งนี้ ลาวมีหนังสือยืนยันใช้น้ำมันภายในประเทศ และอยู่ระหว่างหารือกลไกสร้างความมั่นใจต่อสังคมไทย
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รถน้ำมันที่ค้างด่านช่องเม็ก ส่งไป สปป.ลาว ไม่เกี่ยวข้องกัมพูชา และไทยไม่สามารถสกัดการส่งออกไปลาวได้
ส่วนกรณีกัมพูชาใช้เวทีโลกโจมตีไทย นายกรัฐมนตรี ย้ำไทยไม่เคยยิงก่อน และไม่ตอบโต้กระแสกดดันจากนานาชาติ และที่นายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดี ออกมาระบุว่าสามารถหยุดสงครามได้ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า หากต้องการหยุดยิง ควรให้กัมพูชาหยุดการโจมตีไทยก่อน และขอให้ไปดูอาวุธ เวลากัมพูชายิง BM-21 มาทางฝ่ายไทย ใครรุนแรงกว่ากัน
ขณะที่พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ถือว่ามีความคืบหน้าไปตามลำดับ ขณะนี้ไม่มีความกังวลอะไรเนื่องจากเป็นไปตามแผนของกองทัพ และขอเวลาอีกไม่นาน หลังสื่อสอบถามว่า สถานการณ์จะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไหร่
ส่วนที่มาของขีปนาวุธสัญชาติจีนรุ่นล่าสุด ที่สามารถยึดได้บริเวณเนิน 500 บริเวณช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้สนับสนุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ขณะนี้งานด้านการข่าวยังไม่ยืนยัน
โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่ได้รับทราบ กรณีที่ทางการจีนประสานขอคืนอาวุธดังกล่าว แน่นอนว่าอาวุธเหล่านี้ยังคงอยู่ในการดูแลของกองทัพไทย ตามกฎบัตร เรายึดได้ก็เป็นของเรา ซึ่งสามารถใช้ได้ หรือทำลายก็ได้ แต่ขณะนี้ต้องอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบก่อน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews