รู้จักรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน MRT ของประเทศไทยที่ทำให้การเดินทางในเมืองกรุงเป็นเรื่องง่าย

ไลฟ์สไตล์

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือที่เรียกกันว่า MRT เป็นรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นส่วนใหญ่แต่ก็มีการพัฒนาวิ่งขึ้นฟ้าในบางช่วงพื้นที่ อย่างเช่นช่วงเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ สายนี้เปิดให้บริการมานานและค่อยๆขยายเส้นทางจนกลายเป็น MRT ที่เชื่อมทุกเส้นทางในกรุงเทพ

 เส้นทางเดินรถไปไหนบ้าง?

  • ช่วงแรก (เฉลิมรัชมงคล) หัวลำโพง – บางซื่อ
    • นี่คือเส้นทางสายแรกที่เปิดใช้บริการ เริ่มจาก สถานีหัวลำโพง (ที่เป็นศูนย์รวมของการเดินทางด้วยรถไฟทางไกล)
    • วิ่งผ่านใจกลางเมืองไปตามถนนพระราม 4, ถนนรัชดาภิเษก, ถนนลาดพร้าว ผ่านสถานีสำคัญๆอย่าง สามย่าน, สีลม (เชื่อม BTS ศาลาแดง), สุขุมวิท (เชื่อม BTS อโศก), เพชรบุรี (เชื่อม Airport Rail Link), พระราม 9, ลาดพร้าว, รัชดาภิเษก, สุทธิสาร, ห้วยขวาง, สวนจตุจักร (เชื่อม BTS หมอชิต), กำแพงเพชร, บางซื่อ (เชื่อม MRT สายสีม่วง และ SRT สายสีแดง)
    • ช่วงเวลาลุดติดไม่ต้องนั่งรถเมย์เดินทางเพียงแค่ไม่กี่นาที บางช่วงเวลาอาจจะคนเนอะนิดหน่อยแต่รับรองถึงบ้านไวแน่นอน
  • ช่วงต่อขยาย (วงแหวนกาญจนาภิเษก) บางซื่อ – ท่าพระ – หัวลำโพง
    • นี่คือส่วนที่ทำให้สายสีน้ำเงินวิ่งเป็นวงกลมสมบูรณ์แบบ
    • เริ่มจาก สถานีบางซื่อ วิ่งข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปฝั่งธนบุรี ผ่านสถานีสำคัญๆอย่าง บางอ้อ, บางพลัด, สิรินธร, บางขุนนนท์ (เชื่อม SRT สายสีแดงอ่อน และในอนาคตเชื่อม MRT สายสีส้ม), ท่าพระ
    • จากนั้นก็วิ่งกลับเข้าสู่เมืองผ่าน จรัญสนิทวงศ์, อิสรภาพ, สนามไชย (ใกล้ปากคลองตลาด วัดโพธิ์), สามยอด, วังบูรพา
    • แล้ววนกลับไปบรรจบที่ สถานีหัวลำโพง

 

 ข้อดีของ MRT ที่ทำให้ กทม เดินทางในแต่ละวันง่ายขึ้น

  • ไม่ว่าจะไปทำงานในช่วงเวลาที่เร่งรีบ หรือจะเดินทางไปเรียน เพื่อการเดินทางที่รวดเร็ว หรือจะท่องเทียวไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อการเดินทางที่สะดวกไม่ต้องเสียงรถติด
  • แต่ละสถานีจะมีแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่สำคัญอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด และร้านอาหารอร่อยๆเพียบ เช่น สามย่านมิตรทาวน์, สวนจตุจักร, ตลาดห้วยขวาง, ย่านเมืองเก่าอย่างสนามไชย-ปากคลองตลาด หรือแม้แต่ไปเชื่อมต่อกับ BTS เพื่อไปสยาม หรือที่อื่นๆก็เข้าถึงทุกสถานที่ ไม่ต้องคอยโบกรถเมย์ฝ่านรถติด
  • รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าอีกหลายสาย ทั้ง BTS สายสีเขียว (ที่อโศก, สีลม, สวนจตุจักร), Airport Rail Link (ที่เพชรบุรี), MRT สายสีม่วง (ที่บางซื่อ), และ SRT สายสีแดง (ที่บางซื่อ) แถมในอนาคตก็จะเชื่อมกับ MRT สายสีส้ม (ที่ศูนย์วัฒนธรรมฯ และบางขุนนนท์)ทำให้การเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นเรื่องง่ายและไร้รอยต่อไม่ต้องเสียเวลานาน

 ราคาค่าโดยสาร

  • ราคาเริ่มต้น: อยู่ที่ประมาณ 17 บาท
  • ราคาสูงสุด: สำหรับการเดินทางตลอดสายจะอยู่ที่ประมาณ 43 บาท เท่านั้น
  • การจ่ายเงิน: สามารถใช้เหรียญหรือธนบัตรซื้อเหรียญโดยสารที่ตู้จำหน่าย หรือจะใช้บัตรโดยสาร MRT Plus Card หรือบัตร EMV Contactless แตะเข้า-ออกได้เลย 

 มีกี่ขบวน?

  • จำนวนขบวน: รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน มีขบวนรถที่ให้บริการอยู่ประมาณ 54 ขบวนแต่ละขบวนจะมีจำนวนตู้โดยสาร 3 ตู้สามารถรองรับผู้โดยสารได้จำนวนมากทำให้ในช่วงเร่งรีบผู้ใช้บริการไม่ต้องเบียดเสียดกันแถมรอบการเดินทางถี่มากไม่ต้องรอนานขบวนละสองนาที

 ข้อดีของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

  • 1. วิ่งเป็นวงกลมรอบกรุงเทพครอบคลุมพื้นที่กว้างมากนี่คือจุดเด่นที่ทำให้สายสีน้ำเงินแตกต่างจากสายอื่นๆ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเดินทางเชื่อมต่อกันระหว่างฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรีได้ง่ายๆไม่ต้องวกไปวนมา และยังครอบคลุมย่านสำคัญๆไม่ว่าจะเป็นย่านธุรกิจ, ที่อยู่อาศัย, สถานศึกษา และสถานที่ราชการ
  • 2. เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าได้แทบทุกสาย สายสีน้ำเงินคือศูนย์กลางการเชื่อมต่อของระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ เชื่อมกับ
    • BTS สายสีเขียว (ที่อโศก/สุขุมวิท, สีลม/ศาลาแดง, สวนจตุจักร/หมอชิต)
    • MRT สายสีม่วง (ที่บางซื่อ)
    • Airport Rail Link (ที่เพชรบุรี/มักกะสัน)
    • SRT สายสีแดง (ที่บางซื่อ)
    • และในอนาคตก็จะเชื่อมกับ รถไฟฟ้าสายสีส้ม (ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย และบางขุนนนท์)
  • 3. วิ่งใต้ดินเป็นส่วนใหญ่ สถานีส่วนใหญ่ของสายสีน้ำเงินจะอยู่ใต้ดินไม่ต้องกังวลเรื่องไฟแดงอีกต่อไป
  • 4. ความถี่ในการเดินรถสูงมากในช่วงเวลาเร่งรีบ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินจะมาถี่มากๆบางทีแค่ 2-3 นาทีก็มาแล้ว ทำให้ผู้ใช้บริการไม่ต้องรอนานและสามารถลดเวลาการเดินทางได้อย่างเห็นได้ชัด หากต้องเทียบกับการขนส่งสาธารณะอย่างภาพพื้นดินอย่างเช่นพวกรถเมย์ที่ต้องเสี่ยงกับรถติดที่บอกเลยว่าไฟแดงมาทีมีปาดเหงื่อนกันเลยทีเดียว
  • 5. ค่าโดยสารสมเหตุสมผล เมื่อเทียบกับความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทาง และระยะทางที่ครอบคลุม ค่าโดยสารของสายสีน้ำเงินถือว่าคุ้มค่ามากๆทำให้เป็นทางเลือกหลักในการเดินทางประจำวันสำหรับคนจำนวนมาก
  • 6. ปลอดภัยและได้มาตรฐาน รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมีระบบการจัดการที่ได้มาตรฐานสากล มีเจ้าหน้าที่ประจำสถานีและในขบวนรถ มีกล้องวงจรปิด และระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆที่ทำให้ผู้โดยสารมั่นใจในการเดินทางได้ตลอดเวลา

 ข้อเสียของ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

  • 1. คนเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงแออัดเร่งรีบอย่างช่วงเวลาเลิกงาน ในโซนที่มีแหล่งทำงานจำนวนมาก ทำให้ประชากรเข้ามาใช้บริการจำนวนมากเช่น หรือว่าหากมีเทศหรืองานต่างๆอาจจะทำให้ผู้เข้าใจบริการจำนวนมากตามไปด้วยแต่ก็ไม่ต้องห่วงเพราะขบวนของรถไฟมาถี่พอสมควร
  • 2. สถานีใต้ดินบางสถานีของสายสีน้ำเงินนั้นอยู่ลึกมากๆทำให้ต้องเดินเยอะ หรือขึ้นบันไดเลื่อนหลายชั้นกว่าจะถึงชานชาลาหรือทางออกได้ สำหรับผู้สูงอายุ คนพิการ หรือคนที่มีสัมภาระเยอะๆอาจจะไม่สะดวกเท่าที่ควรแต่ทางสถานีเองก็มีจัดเตรียมใบส่วนของการให้บริการเรื่อบของลิฟต์เพื่อให้การเข้าสถานีที่ง่ายขึ้น
  • 3. ค่าโดยสารอาจจะสูงสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางระยะสั้นบ่อยๆแม้ค่าโดยสารสูงสุดจะสมเหตุสมผล แต่สำหรับคนที่ต้องเดินทางแค่ 1-2 สถานีบ่อยๆแล้วต้องจ่ายขั้นต่ำ 17 บาท ก็อาจจะรู้สึกว่าแพงไปหน่อยเมื่อเทียบกับระยะทางสั้นๆนั้น

สรุป

รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ถือได้ว่าต้องยกให้เป็นหัวใจของการเดินทางในเมืองกรุงที่ง่ายและสะดวกพร้อมทั้งลดเวลาการเดินทาง ไม่ต้องนั่งรอรถติด ไม่ต้องนั่งรับลมร้อนจากอากาศ อาจจะต้องเสียค่าบริการที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เพื่อซื้อเวลาในการเดินทางในช่วงเวลาที่สำคัญ การใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินการจ่ายเงินอออกไปก็ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางที่ไวขึ้นอย่างแน่นอน สำหรับใครที่กำลังมองหาส้นทางการเดินทางแบบง่ายและรวดเร็วสามารถหันมาใช้บริการของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพื่อให้การเดินทางของท่านรวดเร็วและซื้อเวลาที่ต้องทนรอรถติดบนภาคพื้นดินได้เป็นอย่างดีแน่นอน

 

';

ประเด็นที่คุณอาจสนใจ

';