“สีหศักดิ์” จับมืออินเดียลุยสันติภาพเมียนมา
“สีหศักดิ์” จับมือ นักวิชาการอินเดีย ลงสนามเลือกตั้งเมียนมา หวังสร้างกระบวนการสันติภาพอย่างยั่งยืน รณรงค์ชนกลุ่มน้อย เข้ามามีส่วนร่วม อย่างเท่าเทียม ส่วนปัญหาสแกมเมอร์ ไทยควรเป็นหัวเรือใหญ่เดินหน้าแก้ปัญหานี้ เพราะเข้าใจปัญหานี้ดีที่สุด
นายนิกรเดช พลางกูล อธิบดีกรมสารนิเทศ และ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า การหารือกับนักวิชาการอินเดีย เปิดเผยภายหลังการหารือ ระหว่างนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กับ นักวิชาการของสาธารณรัฐอินเดีย ว่า ประเด็นหนึ่งที่หารือกันนานที่สุดคือ เรื่องการเมืองภายในของประเทศเมียนมา เพราะ ทั้งไทย และ อินเดีย มีชายแดนติดกันประเทศเมียนมาเหมือนกัน จึงได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกัน และเห็นตรงกันว่า อยากเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนเกิดขึ้นในเมียนมารวมทั้งมีความเห้นเกี่ยวกับบทบาทของจีน และ สหรัฐฯ ในเมียนมา ในการหารือกันครั้งนี้เห็นพ้องกันว่า ไทย และ อินเอีย จะต้องลงมาเป็นผู้เล่น ในห้วงที่จะมีการเลือกตั้งในเมียนมาในอีก 4 สัปดาห์ข้างหน้านี้ เพื่อทำให้เกิดกระบวนการสันติภาพ เป็นจุดเริ่มต้นที่จะเป็นการเริ่มต้นกระบวนการสันติภาพ
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยเน้นย้ำตลอดว่า การเลือกตั้ง ทุกภาคส่วนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วม แม้จะไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ต้องพยายามทำให้มีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะชนกลุ่มน้อย ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเมียนมา จะต้อง มีเสรีภาพ มีความเท่าเทียม โดยทั้ง ไทย และกัมพูชา มุ่งหวังการพัฒนาในทางบวก ไปสู่ความสำเร็จ
นายนิกรเดช มองว่า ไทยและอินเดียมีความเห็นที่ตรงกัน จะต้องเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ อย่างสร้างสรรค์กับเมียนมา ซึ่งการมีปฏิสัมพันธ์ลักษณะนี้ จะต้องไม่เกิดขึ้นกับแค่รัฐบาลทหาร แต่ ยังต้องรวมไปถึง ชนกลุ่มน้อย และ ผู้มีส่วนได้เสียในเมียนมาด้วย
นอกจากนี้ นักวิชาการอินเดีย ยังได้หารือถึง มาตรการแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ เนื่องจากอินเดียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีประชาชนถูกหลอกไปเข้าร่วมขบวนการนี้ เป็นจำนวนมาก อินเดียพร้อมมากที่จะร่วมมือกับไทยในการแก้ปัญหานี้ นักวิชาการกลุ่มนี้มองว่า รัฐบาลอินเดียควรมีบทบาทที่เข้มแข็งในการจัดการกับปัญหานี้
ขณะเดียวกัน ก็ดีใจที่ประเทศไทยมองว่า ปัญหานี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลก ที่ต้องจัดการอย่างยั่งยืน และต้องได้รับความร่วมมือจากนานาประเทศ ซึ่งจากเวทีการประชุมหลายครั้งในต่างประเทศ พร้อมร่วมมือกับไทยอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน เห็นว่า สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ก็ควรเข้ามามีบทบาทในการปราบปรามเรื่องนี้ โดยจะต้องมีกลไกถาวร ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล เชิงลึกระหว่างฝ่ายความมั่นคง ก็จะเป้นสิ่งที่ต้องมีกลไกถาวร คุยกันเป็นระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน
ขณะเดียวกัน นักวิชาการอินเดีย มองว่า คนที่จะสามารถจัดการกับปัญหาสแกมเมอร์ได้ดี ก็คือประเทศไทย เพราะถูกใช้เป็นประเทศทางผ่าน แล้วลักลอบออกไปทำงาน เป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง และยังเป็นประเทศแรก ที่ออกตัวว่าปัญหานี้ต้องได้รับการแก้ไข โดยความร่วมมือจากนานาชาติ โดยที่อินเดียหร้อมให้การสนับสนุน โดยเชื่อว่าในอนาคตอินเดียจะมีบทบาทต่อการปราบปรามสแกมเมอร์ที่เข้มแข็ม และเมื่อถึงวันนั้น จะเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับขบวนการเหล่านี้ เพราะอินเดียมีข้อมูลเชิงลึกค่อนข้างมาก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





