“จุลพันธ์” เผย สรรหาตัวผู้สมัคร แทน “สส.สุดารัตน์” แล้ว หลังไปร่วมเฟรมกับ “เนวิน” ย้อนถามภูมิใจไทย ดูด สส. ไม่ใช่วิธีปกติตามกระบวนการประชาธิปไตย ขอชั่งน้ำหนักศึกซักฟอก เผย ผู้นำฝ่ายค้านยื่นเงื่อนไขรอความชัดเจนก่อน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า สถานการณ์พรรคอยู่ในภาวะท้าทาย แต่ยังเชื่อว่าความนิยมในพื้นที่จริงยังสูง เพียงแต่ประชาชนบางกลุ่มมีความไม่แน่ใจ ซึ่งเป็นหน้าที่ของพรรคในการรีเซ็ตภาพลักษณ์ นโยบาย และบุคลากรให้ตอบโจทย์ประชาชนมากขึ้น โดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ประชุมล่าสุดได้เริ่ม “แกะต้นตอปัญหา” ทั้งเรื่องนโยบาย บุคลากร และการคัดสรรผู้สมัคร พร้อมย้ำว่า ต้องได้ผู้สมัครที่เป็นคนพื้นที่จริง ทำงานกับประชาชนจริง และสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพรรคจะพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานที่สม่ำเสมอ
ส่วนกรณี สส.ไหลออก นายจุลพันธ์ยืนยันว่า “เป็นเรื่องปกติของฤดูกาลเลือกตั้ง” พร้อมระบุว่า คนเข้าพรรคยังมากกว่า เพราะพรรคมีการสัมภาษณ์ผู้สมัครต่อเนื่อง และเตรียมเปิดตัวรอบที่ 5 ในจังหวัดใหญ่ ๆ ภายในสัปดาห์นี้ พร้อมมองว่าคนที่มีอุดมการณ์ยังอยู่กับเพื่อไทยจำนวนมาก
ขณะประเด็นร้อนของ น.ส.สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ สส.อุบลราชธานีที่ปรากฏภาพร่วมโต๊ะอาหารกับนายเนวิน ชิดชอบ นักการเมืองคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยนั้น นายจุลพันธ์ เผยว่า พรรคได้พูดคุยหลายครั้ง และ สส.สุดารัตน์ ยืนยันว่า จิตใจยังอยู่กับเพื่อไทย แต่เมื่อยังไม่แสดงความชัดเจนต่อสาธารณะ พรรคจึงต้องเดินหน้าตามกระบวนการคัดสรรผู้สมัคร ไม่สามารถรอจนวันสมัครเลือกตั้งได้ และยอมรับว่าขณะนี้โซนพื้นที่ได้ “พิจารณาผู้สมัครคนใหม่แทนแล้ว”
เช่นเดียวกับกรณี สส.คนอื่น ๆ ที่ร่วมเฟรมหรือเข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทย นายจุลพันธ์ ระบุว่า ต้องดูเป็นรายบุคคล ใช้หลักฐานและการพูดคุย ไม่ใช่อาศัยข่าวลือ พร้อมเตือนว่า สื่อควรถามพรรคภูมิใจไทยมากกว่า ว่าการดึง สส.จากพรรคอื่นเช่นนี้ถือเป็น “วิธีการปกติในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่” โดยชี้ว่า การดูด สส. ที่ยังมีต้นสังกัด “ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง”
ทั้งนี้ หาก สส.อยากย้ายพรรคเอง จะพิจารณาอย่างไร นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ทุกคนย่อมตัดสินใจเองได้ แต่พรรคต้องยืนบนอุดมการณ์และโปรเจ็กต์รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ทั้งการปรับโครงสร้าง นโยบาย การทำงานในสภา และการทำงานเชิงวิชาการ เพื่อให้เกิดความมั่นใจและสร้างคะแนนนิยมกลับมา
ในประเด็นพื้นที่ที่ สส.ตัวหลักกำลังย้ายพรรค หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำว่า คะแนนพรรคและคะแนนบุคคลแยกกันได้ และ “คนย้ายออกไม่ได้เอาคะแนนพรรคไปด้วย” โดยพรรคจะหาผู้สมัครที่แข็งแรงในพื้นที่ บวกคะแนนบุคคลเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาพื้นที่เดิมให้ได้
อย่างไรก็ตาม ฐานเสียงประจำของพรรคเพื่อไทยยังอยู่ พร้อมเชื่อว่า เมื่อการยกเครื่องพรรคเดินหน้าครบทุกด้าน คะแนนนิยมจะกลับมา และเพื่อไทยจะพร้อมลงแข่งขันเต็มร้อยในสนามเลือกตั้งที่จะถึงนี้
ขณะเดียวกัน นายจุลพันธ์ ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป โดยพรรคได้มอบหมายให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์เป็นผู้พิจารณาทั้งประเด็น เนื้อหา และจังหวะเวลาให้รอบด้าน ว่ามี “ความสุกงอม” มากพอหรือยัง ทั้งกรณีความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชา การปัดเป่าคดี รวมถึงประเด็นทุจริตคอร์รัปชันต่างๆ เพื่อให้การยื่นญัตติเป็นไปอย่างมีน้ำหนัก และหยุดยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศ
หัวหน้าพรรคเพื่อไทยยอมรับว่า ได้มีการพูดคุยกับผู้นำฝ่ายค้านแล้ว แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดในชั้นนี้ เพียงระบุว่าตนได้ยืนยันเจตนารมณ์ของพรรคที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่ ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้านได้เสนอ “เงื่อนไขบางประการ” ซึ่งพรรคเพื่อไทยอยู่ระหว่างนำกลับมาหารือภายใน เพื่อเตรียมคำตอบให้กับพรรคประชาชน โดยต้องพิจารณาท่าทีทางการเมืองอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เมื่อถูกถามว่าจะต้องรอให้การแก้รัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 ภายในปีนี้ก่อนหรือไม่ นายจุลพันธ์ ระบุว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับข้อสรุปจากคณะกรรมการยุทธศาสตร์ เพื่อให้พรรคมีความชัดเจนในการตัดสินใจเดินหน้าศึกซักฟอกครั้งนี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews