“พริษฐ์” ยันเดินหน้าสู้เต็มที่ แม้หลายข้อเสนอถูกตีตกใน กมธ. เร่งปิดดีลแก้รัฐธรรมนูญให้ทันสิ้นปี ชู สูตร “20 หยิบ 1” กันผูกขาด พร้อมถกเกณฑ์ผู้รับรอง 100 รายชื่อให้โปร่งใสที่สุด
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน แถลงความคืบหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาออกแบบกลไกจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายใต้ข้อจำกัดสำคัญจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ห้าม “ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง” ทั้งนี้ แม้หลายข้อเสนอของพรรคประชาชนจะถูกเสียงข้างมากใน กมธ. ตัดออก ทั้งข้อเสนอ “สภาที่ปรึกษา” ที่ประชาชนเลือกตั้งโดยตรง และข้อเสนอให้ประชาชนเข้าคูหาเพื่อคัดกรองผู้ร่างเบื้องต้น แต่ย้ำว่าพรรคจะเดินหน้าผลักดันให้ร่างแก้รัฐธรรมนูญเดินทางถึงปลายทางให้ทันสิ้นปี พร้อมชี้ว่า อย่างน้อยหนึ่งข้อเสนอสำคัญ คือ “สูตร 20 หยิบ 1” ได้รับความเห็นชอบอย่างกว้างขวาง
นายพริษฐ์ อธิบายว่า รัฐสภามีสมาชิกรวม 700 คน และต้องคัดเลือกผู้ร่าง 35 คน พรรคประชาชนจึงเสนอให้ “สมาชิกสภา 20 คนรวมตัวกันได้ 1 สิทธิเลือกผู้ร่าง” ช่วยกันการครอบงำโดยพรรคหรือกลุ่มที่มีเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งอาจผูกขาดผู้ร่างได้ทั้ง 35 คนหากใช้วิธีโหวตเสียงข้างมากตามปกติ โดยข้อเสนอนี้ได้รับการสนับสนุนจาก กมธ. เกือบเป็นเอกฉันท์ ถือเป็นความสำเร็จสำคัญของพรรคประชาชนในการค้ำยันความหลากหลายของคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญ
นายพริษฐ์ แสดงความผิดหวังต่อมติที่ตัดกลไกมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.“สภาที่ปรึกษา” ที่ออกแบบให้มาจากการเลือกตั้ง เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชน 2.การเปิดคูหาให้ประชาชน คัดกรองผู้ร่างให้เหลือ 70 คน ก่อนส่งให้รัฐสภาคัดเหลือ 35 คน
โดยทั้ง 2 ข้อเสนอมีเพียง กมธ.จากพรรคประชาชน 8 คน ที่สนับสนุน ส่วนเสียงข้างมากโหวตให้ตัดทิ้งทั้งหมด นายพริษฐ์ ย้ำว่า กมธ.ที่ออกมาวิจารณ์ว่าประชาชนไม่มีส่วนร่วมควร “ทบทวนบทบาทของตัวเอง” เพราะข้อเสนอที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมถูกปัดตกโดยเสียงข้างมาก ซึ่งรวมถึง กมธ.บางส่วนที่ออกมาวิพากษ์เช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกัน หลังข้อเสนอคูหาเลือกตั้งถูกตัดออก กมธ.กำลังถกว่า จะกำหนดให้ผู้สมัครคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องมีประชาชนรับรอง 100 คนหรือไม่ นายพริษฐ์ ระบุว่า เกณฑ์นี้มีทั้งข้อดี และข้อเสีย โดยข้อดี: ช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วมขั้นต้น ส่วนข้อเสีย: อาจกีดกันคนที่เก่ง แต่ไม่มีฐานหรือเครือข่ายใหญ่
นายพริษฐ์ เสนอทางออกว่า หากใช้ระบบผู้รับรองจริง ต้องเปิดรายชื่อให้สาธารณะตรวจสอบ เพื่อป้องกันการจัดตั้งกลุ่มการเมืองเข้ามายึดกระบวนการคัดเลือกผู้ร่าง สำหรับกรณีที่สมาชิก สภารวมตัวไม่ครบ 20 คน หรือจำนวนสมาชิกไม่ครบ 700 คน นายพริษฐ์ เผยว่า มีการเขียนกลไกรองรับไว้แล้ว เช่น หากยังไม่ครบ 35 รายชื่อ จะให้รัฐสภาเสนอชื่อ 2 เท่าของจำนวนที่ขาด แล้วโหวตผู้ที่ได้คะแนนเกิน 2 ใน 3 เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดลากไปฝ่ายเดียว
อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ ยืนยันว่า พรรคประชาชนจะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อให้การพิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญในชั้น กมธ. เสร็จภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน เพื่อเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ในต้นเดือนธันวาคมพิจารณาวาระ 2 และเข้าสู่วาระ 3 ให้ทันก่อนสิ้นปีตามไทม์ไลน์ที่วางไว้
พร้อมย้ำว่า หากไม่เปิดประชุมสมัยวิสามัญจะทำให้การแก้รัฐธรรมนูญเสร็จไม่ทันปีนี้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่พรรคประชาชนย้ำมาตลอด และแม้หลายช่วงของการพิจารณาจะหนักและเสี่ยงถูกตีตก แต่พรรคจะเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อให้ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดเท่าที่กฎหมายอนุญาต” เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews