“สงคราม” แนะ “พิพัฒน์” เร่งแก้ปรับราคารถไฟฟ้าสายสีเขียว

การเมือง ข่าว
“สงคราม” แนะ “พิพัฒน์” เร่งแก้ปัญหาระบบราง ดูแลประชาชนชี้ปรับราคารถไฟฟ้าสายสีเขียวกระทบ 22 ล้านคนต่อปี อย่าโยนภาระขาดทุนให้คนไทยแบกรับแทน

 

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตที่ปรึกษานางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมปรับขึ้นราคาการเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 3 ช่วง ได้แก่ หมอชิต-คูคต , บางจาก-สมุทรปราการ และโพธิ์นิมิตร-บางหว้า รวม 36 สถานี ระยะทาง 44 กม.

 

เตรียมปรับโครงสร้างอัตราค่าโดยสารโดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป โดยเปลี่ยนจากอัตราเดิม 15 บาทตลอดสาย มาเป็น ค่าโดยสารตามระยะทาง สำหรับอัตราใหม่ โดยปรับราคาเริ่มต้นที่ 17 บาท และเพิ่มขึ้นตามระยะทางไม่เกิน 45 บาท

 

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า น่าประหลาดเพราะในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว การลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนคือสิ่งที่รัฐบาลต้องทำ การที่รัฐบาลเลือกที่จะผลักภาระให้ประชาชนจึงไม่ถูกต้อง แม้รัฐจะอ้างว่าต้องแบกรับค่าใช้จ่ายและใช้งบประมาณสนับสนุนชดเชยส่วนต่างปีละกว่า 6,000 ล้านบาท รัฐบาลสามารถนำงบกลางของรัฐบาลมาชดเชยได้ ไม่ควรจะผลักภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

 

การดูแลประชาชนคือหัวใจของทุกรัฐบาล ควรคิดถึงประชาชนมากกว่าคำนึงถึงกำไรขาดทุนของรถไฟฟ้า ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางราง รายงานว่า “ปริมาณผู้โดยสารระบบรางทุกสายในกรุงเทพและปริมณฑลตลอดเดือนสิงหาคม ปี 2568 มีผู้ใช้บริการระบบรางทุกสายรวม 47,689,061 คน – เที่ยว

 

และอันดับ 1 ยังคงเป็นรถไฟฟ้าสายสีเขียว 22,721,130 คน – เที่ยว โดยใน 1 วัน มีผู้ใช้บริการถึง 530,402 คน – เที่ยว ดังนั้นการที่รัฐเลือกให้ประชาชนมากกว่า 22 ล้านคนมารับผิดชอบผลกำไรขาดทุน จึงเป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง

 

“นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกำกับดูแลการขนส่งทางรางทั่วประเทศ ควรที่จะหามาตรการแก้ปัญหาให้ประชาชนมากกว่าการผลักภาระขาดทุนให้ประชาชนแบกรับแทนไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง

 

การดำเนินการดังกล่าวสวนทางกับความเป็นจริงเมื่อรัฐต้องการแก้ปัญหาการจราจรในเมืองใหญ่ แต่แนวคิดนี้จะส่งผลให้การปัญหาการจราจรล้มเหลว รัฐบาลต้องเร่งแก้

 

แม้สายสีเขียวจะบริหารโดยกทม.แต่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของรัฐบาล ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งหาทางออกเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่าโยนภาระให้ประชาชนเพิ่มอีกเลย”

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews