“ประธานวันนอร์” ยินดีไทยสร้างประวัติศาสตร์ IPU รับรองร่างมติ “ปราบสแกมเมอร์” เป็นวาระเร่งด่วนโลก ขณะ “รังสิมันต์” เสียดายกัมพูชาไม่ร่วมโหวต
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา (IPU) ครั้งที่ 151 แสดงความยินดี หลังจากร่างข้อมติของประเทศไทย ว่าด้วย
“การดำเนินการของรัฐสภาเพื่อต่อต้านอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์” ได้รับเสียงโหวต เห็นชอบเกิน 2 ใน 3 ของสมาชิก IPU จนได้รับการบรรจุเป็น “วาระเร่งด่วน (Emergency Item)” ของปีนี้
ทั้งนี้ การได้รับเสียงสนับสนุนจากรัฐสภาทั่วโลกเกือบ 1,000 คะแนน ถือเป็น “การสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของรัฐสภาไทย” เพราะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยเสนอร่างข้อมติในเวที IPU แล้วผ่านการโหวตให้เป็นวาระเร่งด่วนระดับโลกได้สำเร็จ “ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่ของประเทศไทย แต่เป็นชัยชนะของมวลมนุษยชาติ เพราะภัยสแกมเมอร์ทำลายชีวิตผู้คนทั่วโลก”
หลังการโหวตผ่าน IPU จะตั้งคณะกรรมาธิการ 11 คนเพื่อยกร่างมตินี้อย่างเป็นทางการ โดยประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะ เพื่อเสนอร่างสมบูรณ์ในวันสุดท้ายของการประชุม ก่อนส่งต่อให้รัฐสภาและองค์กรทั่วโลกนำไปปฏิบัติจริง
ประธานรัฐสภา ยังเผยว่า ไทยได้รับแรงสนับสนุนจากหลายประเทศตั้งแต่การหารือนอกรอบของกลุ่ม “อาเซียนบวกสาม” (ASEAN+3) ซึ่งมีกัมพูชาและจีนเข้าร่วม โดยกัมพูชาเคยแสดง ท่าทีสนับสนุนและเสนอจะร่วมร่างด้วย แต่เมื่อถึงวันโหวตกลับ “ไม่เข้าร่วมประชุมและไม่ร่วมลงคะแนน”
ซึ่งนายวันนอร์มองว่า “อาจไม่ต้องการให้ญัตตินี้ผ่าน เพราะรู้ว่าหากผ่าน กัมพูชา จะถูกเพ่งเล็งจากทั่วโลก เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าเป็นฐานปฏิบัติการของขบวนการสแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์”
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคประชาชน และหนึ่งในคณะผู้แทนรัฐสภาไทย กล่าวขอบคุณประเทศพันธมิตร โดยเฉพาะ ออสเตรเลียและโปแลนด์ ที่ช่วยเชื่อมประสานกับกลุ่มยุโรปและละตินอเมริกา เพื่อให้ร่างข้อมติของไทยได้รับการสนับสนุนมากขึ้น
นายรังสิมันต์ อธิบายว่า เดิมร่างของไทยมุ่งเน้นเรื่องศูนย์สแกมเมอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดน แต่เมื่อได้หารือกับกลุ่มประเทศอื่น พบว่าหลายภูมิภาคอยากผลักดันประเด็น “อาชญากรรมองค์กรและยาเสพติด” ร่วมด้วย จึงรวมเป็นร่างเดียวกัน เพื่อสร้างฉันทามติระดับโลก “การทำงานครั้งนี้ไม่ง่าย เพราะเราต้องหลอมสามประเด็นจากสามทวีปให้เป็นมติเดียว
แต่สุดท้ายทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน เพราะปัญหานี้เชื่อมโยงกันหมด” พร้อมยังตั้งข้อสังเกตเช่นเดียวกับนายวันมูหะมัดนอร์ว่า “น่าเสียดายที่กัมพูชาไม่ร่วมโหวต ทั้งที่ตอนแรกบอกว่าจะไม่คัดค้าน” พร้อมย้ำว่า “การปราบปรามสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้าน”
นายรังสิมันต์ ทิ้งท้ายว่า “นี่คือความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของรัฐสภาไทย ที่ไม่เพียงสร้างภาพลักษณ์ใหม่บนเวทีโลก แต่ยังยืนอยู่ข้างความยุติธรรมเพื่อมนุษยชาติจริงๆ”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews