“สีหศักดิ์” ปัดตอบรัฐบาลควรยกเลิก MOU 43–44 หรือไม่ เผย “บวรศักดิ์” เตรียมนัดถกประชามติสัปดาห์หน้า ขณะ “ผู้นำฝ่ายค้าน” หวั่นฝ่ายการเมืองใช้กระแสชาตินิยมเพื่อหวังคะแนน
การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ตั้งกระทู้ถามสดต่อ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงแนวทางการจัดการออกเสียงประชามติ กรณีการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) 43 และ 44 ระหว่างไทย–กัมพูชา ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขตแดนทางบกและทางทะเล
นายณัฐพงษ์ ตั้งคำถามต่อรัฐบาล 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.แนวทางการจัดประชามติให้รอบด้านโดยไม่ชี้นำประชาชน และไม่เปิดเผยข้อมูลที่อาจเสียเปรียบต่อกัมพูชา 2.มาตรการรองรับหากมีการยกเลิก MOU43 และ 44 รวมถึงการป้องกันไม่ให้ภาคเอกชนฟ้องร้องต่ออนุญาโตตุลาการ และ 3.ความเป็นไปได้ในการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม เพื่อให้ฝ่ายบริหารตัดสินใจได้โดยไม่ต้องทำประชามติ
นายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่า การจัดทำประชามติเป็นสิ่งจำเป็น เพราะ MOU ทั้งสองฉบับเป็นเรื่องที่กระทบต่ออธิปไตยของชาติ ประชาชนจึงต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แต่ย้ำว่า การดำเนินการต้อง “รอบคอบและรัดกุม” เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายทางการทูต พร้อมเผยว่า สัปดาห์หน้า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย จะประชุมเพื่อกำหนดรูปแบบและขั้นตอนการทำประชามติ
อย่างไรก็ตาม ผู้นำฝ่ายค้านเห็นว่า รัฐมนตรีต่างประเทศยังไม่ได้ตอบคำถามเรื่องแนวทางป้องกันความเสียหายและกลไกรองรับ หากยกเลิก MOU ทั้งสองฉบับ จึงได้ทวงถามอีกครั้ง พร้อมขอความเห็นส่วนตัว ของนายสีหศักดิ์ในฐานะนักการทูตอาวุโสว่า “เห็นด้วยหรือไม่” ที่รัฐบาลจะยกเลิก MOU43–44 เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา
นายสีหศักดิ์ ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็น “ผลประโยชน์สำคัญของประเทศ” ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และต้องมีแผนรองรับในกรณีที่ไม่มี MOU เพื่อป้องกันผลกระทบทั้งทางเศรษฐกิจและการทูต โดยย้ำว่า กระทรวงการต่างประเทศให้ความสำคัญกับการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ และการรักษาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก
ผู้นำฝ่ายค้านฯ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เข้าใจข้อจำกัดของรัฐมนตรีต่างประเทศที่อยู่ภายใต้รัฐบาล แต่ขอให้ใช้บทบาทนักการทูตมืออาชีพสะท้อนความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีอย่างตรงไปตรงมา พร้อมเตือนฝ่ายการเมืองว่า “อย่าใช้กระแสชาตินิยม เพื่อสร้างคะแนนนิยมทางการเมือง” เพราะอาจนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาดและกระทบต่อผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศ
นายสีหศักดิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับ MOU ทั้งสองฉบับ ต้องอยู่บนพื้นฐานของ “ผลประโยชน์ชาติ” และไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นประเด็นทางการเมือง พร้อมยืนยันว่า จะนำข้อคิดเห็นทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อกำหนดท่าทีอย่างเป็นทางการก่อนชี้แจงต่อสภาในโอกาสต่อไป
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews