“สว.อิสระ” เดินหน้ากดดัน “สว.สีน้ำเงิน” ชะลอตั้ง กมธ.ตรวจสอบคุณสมบัติ “ป.ป.ช.” ชี้ ขัดหลักธรรมาภิบาล ขณะ “นันทนา” หวั่น “รมว.ยุติธรรม” สายตรงบุรีรัมย์ เป่าคดีฮั้ว สว.ให้มลายหายเหมือน “ฝุ่น PM2.5”
กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อิสระ นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส, นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ, น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ และนายเศรณี อนิลบล ร่วมกันแถลงข่าวคัดค้านการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใหม่ 2 ตำแหน่ง
น.ส.นันทนา กล่าวว่า ตั้งแต่กรณีคดี “ฮั้ว สว.” เริ่มต้นขึ้น กลุ่มสว.อิสระได้เรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาทุกคน ชะลอการลงมติหรือเห็นชอบในตำแหน่งองค์กรอิสระทั้งหมดจนกว่าคดีจะสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรม เพราะหากยังเดินหน้าคัดเลือกต่อไป จะเข้าข่าย “ผลประโยชน์ทับซ้อน” เนื่องจาก สว.ชุดเดียวกันนี้ มีส่วนในการเลือกผู้ที่จะมาตัดสินคดีของตนเอง ทั้งนี้ เมื่อพรรคภูมิใจไทยขึ้นเป็นรัฐบาล และมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ได้ฉายาว่า ‘สายตรงบุรีรัมย์’ ยิ่งทำให้ประชาชนกังวลว่าคดีนี้อาจถูก ‘เป่า’ ให้จบ หรือกลายเป็นฝุ่น PM2.5 หายไปกับสายลม”
น.ส.นันทนา ระบุอีกว่า การตั้ง กมธ. ตรวจสอบคุณสมบัติที่ผ่านมา พบว่ามีเพียงกลุ่ม สว.เสียงข้างมากที่ถูกเลือกซ้ำไปมา ไม่มีการเปิดพื้นที่ให้ สว.อิสระเข้าร่วมเลย โดยจากสถิติช่วง 1 ปี 2 เดือนที่ผ่านมา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ถูกแต่งตั้งมากที่สุดถึง 11 ครั้ง ตามมาด้วยนายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ 8 ครั้ง และ พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา 6 ครั้ง ซึ่งมองว่า “เป็นการปิดประตูตีแมว ไม่กระจายโอกาสอย่างเป็นธรรม”
ส่วนการคัดเลือกองค์กรอิสระควรมีความโปร่งใส และเปิดให้คนมีความรู้ความสามารถจากหลากหลายฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ใช่วงจรปิดของคนกลุ่มเดียว เพราะองค์กรอิสระมีไว้เพื่อถ่วงดุล ไม่ใช่เพื่อรับใช้พรรคการเมือง จึงขอเรียกร้องให้ สว.เสียงข้างมาก หยุดกระบวนการคัดเลือกองค์กรอิสระชั่วคราวจนกว่าคดีจะเป็นที่สิ้นสงสัยโดยเผยว่า ตลอดเวลาครึ่งปีที่ผ่านมา ตนถูกบูลลี่และประท้วงซ้ำๆ ในสภา เพียงเพราะลุกขึ้นอภิปรายในประเด็นนี้ แต่ยืนยันจะไม่หยุดต่อสู้เพื่อประชาชน
ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า มีบุคคลบางกลุ่มกำลังพยายาม “กินรวบประเทศ” ผ่านการครอบงำองค์กรอิสระ ตั้งแต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ไปจนถึง กกต. โดยเฉพาะช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ ที่จะมีการสรรหา กกต.ใหม่ถึง 4 ตำแหน่ง จากทั้งหมด 7 คน ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของการเมืองไทย ดังนั้น อย่ามองแค่ว่าจะยุบสภาภายใน 4 เดือนหรือไม่ เพราะถ้า กกต. ไม่เป็นกลาง พรรคการเมืองที่ได้ 100 ที่นั่ง ก็อาจเหลือแค่ 50 ที่นั่งได้” หมอเปรมกล่าว พร้อมเตือนให้ประชาชนจับตาการแต่งตั้ง กกต.อย่างใกล้ชิด
ขณะที่ น.ต.วุฒิพงศ์ ระบุว่า มีแรงกดดันอย่างหนักต่อกลุ่ม สว.อิสระ จนบางคนไม่กล้ามาร่วมแถลงข่าวในวันนี้ เพราะรู้ว่าตนเป็นเสียงข้างน้อย แต่ยืนยันจะยืนหยัดต่อสู้เพื่อความเป็นกลาง “เรารับเงินเดือนจากประชาชน ไม่ใช่จากผู้มีอำนาจทางการเมือง”
ส่วน นายเศรณี เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า ปัจจุบันในวุฒิสภามี “สมุดปกดำ” ซึ่งรวบรวมรายชื่อ สว.จำนวน 21 คน ที่เคยร่วมลงชื่อร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบ สว. 138 คนที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว โดยรายชื่อเหล่านี้ถูก “ขึ้นบัญชีดำ” ไม่ให้มีสิทธิ์ดำรงตำแหน่งใดในกรรมาธิการ
“ตอนนี้มีเพียง 30–40 คนที่สลับกันนั่งเป็นกรรมาธิการวนไปเรื่อย ๆ คนหนึ่งได้ถึง 20 คณะ แต่ สว.อีกหลายสิบคนไม่ได้รับโอกาสเลย แม้จะมีความรู้ตรงสายงาน เช่น ผมอยู่กลุ่มพืชสวนและปศุสัตว์ แต่กลับไม่ได้อยู่ กมธ.เกษตร ทั้งที่ควรใช้ความรู้มาช่วยประเทศ” พร้อมพาดพิงถึงอิทธิพลของ “วิปวุฒิสภา” โดยเฉพาะ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร เลขาธิการวิปวุฒิสภา ว่ามีอำนาจชี้ขาดรายชื่อกรรมาธิการทุกชุด จนหลายคนเรียกประชดว่า “นี่ไม่ใช่วุฒิสภา แต่คือสภาวุฒิชาติ”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews