หนีไปแล้ว! “โรม” แฉ “เบน สมิธ” นั่งไพรเวตเจ็ตออกนอกประเทศ ไม่รู้ปลายทาง จ่อเชิญ “ธรรมนัส” แจงสัมพันธ์ สัปดาห์หน้า
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการประชุม กมธ. ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบเครือข่ายฟอกเงินและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่โยงใยกับกัมพูชา
นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่า ข้อมูลล่าสุดยืนยันแล้วว่า นายเบนจามิน สมิธ หรือที่เชื่อว่าเป็นบุคคลเดียวกับ เบนจามิน เบอร์เกอร์ ได้หลบหนีออกนอกประเทศไทยแล้ว เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยนั่งเครื่องบินส่วนตัว ไพรเวตเจ็ต T7-TCB โดยไม่ทราบปลายทางแน่ชัด ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญในคดีใหญ่ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายฟอกเงินและแก๊งคอลเซ็นเตอร์มูลค่ามหาศาล
พร้อมย้ำว่า เคยอภิปรายเรื่องบริษัท เทียนเทียนเวนเจอร์ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) เคยเตือนว่า เข้าข่ายหลอกลวงและชักชวนลงทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต โดย ก.ล.ต. ระบุว่าเมื่อปี 2564 เคยกล่าวโทษ “เบนจามิน เบอร์เกอร์” ซึ่งเชื่อว่าเป็นบุคคลเดียวกับเบน สมิธ คดีนี้อยู่ในชั้นอัยการ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยยืนยันว่า ยังไม่มีการให้สัญชาติไทยแก่เบน สมิธ เนื่องจากยังติดปัญหาหลายประการ โดยเฉพาะความเกี่ยวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการมีความสัมพันธ์กับสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับบริษัท ฮุยวัน และ ฮุยวัน PLC ที่มีเงินหมุนเวียนสูงถึง 3 ล้านล้านบาท โดยเชื่อว่า ส่วนใหญ่เป็นเงินฟอกที่โยงกับการซื้อทองคำจากกัมพูชาเข้าสู่ไทย ซึ่งตำรวจไซเบอร์ ระบุว่า ปัจจุบันกลุ่มอาชญากรใช้วิธีฟอกเงินผ่านธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซี
ก่อนนำไปแปลงเป็นทองคำเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินแก่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สอดคล้องกับข้อมูลการส่งออก ทองคำไทยไปกัมพูชาที่เพิ่มสูงผิดปกติ
ที่น่ากังวลไปกว่านั้น คือ การตรวจพบ กลใหม่ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีการนำ “การสแกนม่านตา” มาแลกคริปโต ซึ่งอาจเกี่ยวพันกับการซื้อขายข้อมูลชีวภาพ (Biometric Data) เพื่อใช้ทำธุรกรรมบางอย่างที่สร้างความเสียหายด้านความมั่นคงได้ในอนาคต
สำหรับทิศทางการทำงานต่อไป นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่า สัปดาห์หน้า กมธ. จะเชิญบุคคลและหน่วยงานหลายฝ่ายมาชี้แจง อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรฯ เนื่องจาก
มีภาพถ่ายร่วมทำบุญกับเบน สมิธ และเชื่อว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิด นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ
เพื่อชี้แจงประเด็นที่เคยพูดถึง “สินบน 40 ล้าน” แลกการไม่ดำเนินคดีกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อให้ข้อมูลเส้นทางการเงิน กองทัพเรือ เพื่อชี้แจงข่าวกรณีใช้อาคารที่ตั้งของสแกมเมอร์ซึ่งรุกล้ำดินแดนไทย เป็นสถานที่ประสานงานกับกัมพูชา ซึ่งรังสิมันต์ตั้งคำถามว่า “การกระทำเช่นนี้เท่ากับการรับรองสิ่งผิดให้ถูกต้องหรือไม่”
นายรังสิมันต์ ย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติทั่วไป แต่กระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติ ทั้งระบบการเงิน ข้อมูลประชาชน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันว่า กมธ. จะเร่งติดตามและขยายผลให้ถึงที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews