นายกฯ เข้าสภา ตอบกระทู้สดครั้งแรก “หลุมยุบวชิระ”
นายกฯ เข้าสภา ตอบกระทู้สดครั้งแรก เคลียร์ปม “หลุมยุบวชิระ” ยันสั่งสอบด่วน ปัดเอี่ยวซิโน-ไทย ลั่นไม่เกี่ยวข้องนาน 20 ปี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าสภาฯ ตอบกระทู้ถามสดเป็นครั้งแรก ของนายปารเมศ ววิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม. พรรคประชาชน ต่อประเด็นปัญหาถนนสามเสน ช่วงหน้าวชิรพยาบาลทรุดตัวเป็นหลุมลึกและกว้าง
ส่งผลให้ประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก เมื่อ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สร้างความเสียใจและผิดหวัง พร้อมย้ำว่าได้สั่งการให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยเร่งด่วน และต้องรายงานความคืบหน้าให้ตนเองและประชาชนทราบทุกสัปดาห์
นายกรัฐมนตรี ชี้ว่า ผลสอบเบื้องต้นบ่งชี้ว่า เป็นความไม่สมบูรณ์ด้านวิศวกรรม ซึ่งจะต้องหาจุดบกพร่องให้ชัด หากเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิคต้องแก้ไข หากเกิดจาก ความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง จะต้องรับผิดชอบตามสัญญา ทั้งค่าชดเชยและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
โดยยืนยันว่า จะคืนผิวจราจรในพื้นที่ได้ภายในวันที่ 9 ตุลาคมนี้และจะติดตั้งระบบสแกนโพรงใต้ดินพร้อมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับประเด็นการเยียวยา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้ในสัญญาโครงการจะไม่ได้ระบุไว้ แต่ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ รฟม. ร่วมเจรจากับผู้รับจ้างเพื่อชดเชยและช่วยเหลือประชาชน ผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ทั้งในมิติความปลอดภัยและรายได้ที่สูญเสียไป
ด้านนายปรเมศ ชี้ว่า หลุมยุบครั้งนี้ไม่ใช่เพียง “ปัญหาทางกายภาพ” แต่ยังสะท้อนถึงการถล่มของความเชื่อมั่นต่อโครงการก่อสร้างของรัฐบาล พร้อมฝากคำถามสำคัญต่อรัฐบาล 3 ประเด็น ได้แก่
1.ถนนและอุโมงค์จะซ่อมเสร็จเมื่อใด และจะคืนคุณภาพให้ประชาชนอย่างไร
2.มาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์
3.มาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อื่นในอนาคต
ขณะเดียวกัน ได้มีการตั้งข้อสังเกตถึงความน่าเชื่อถือของการตรวจสอบ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเคยเป็นอดีตผู้บริหารบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับจ้างในโครงการดังกล่าว
นายอนุทิน ตอบโต้ชัดว่า ตนออกจากภาคเอกชนตั้งแต่ปี 2547 และขายหุ้นทั้งหมดในปี 2562 ก่อนเข้าสู่การเมืองอย่างเต็มตัว ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับบริษัทเอกชนอีก พร้อมยืนยันว่า “ผมกับซิโน-ไทย เหมือนไม่รู้จักกันแล้ว” และให้สัตยาบรรณว่าจะไม่ใช้อำนาจใด ๆ เอื้อประโยชน์แก่เอกชน
นายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า หากผลสอบพบการบกพร่องร้ายแรง ผู้รับจ้างต้องชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญา และหากส่งมอบงานล่าช้า ค่าปรับจะถูกบังคับใช้ตามกำหนด พร้อมเสริมว่า ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือบริษัทที่ทำผิดได้ เพราะสุดท้ายต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานทางวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





