เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร ยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมเข้าสู่การตรวจสอบ

ข่าว ภูมิภาค
เจ้าคณะจังหวัดพิจิตรยืนยันความบริสุทธิ์พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบจากตำรวจสอบสวนกลางและสำนักพุทธเปิดใจที่ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อเพราะถ้าพูดไปก็เหมือนเป็นการแก้ตัว

 

ที่ศาลาการเปรียญวัดท่าหลวง พระอารามหลวง อ.เมือง จ.พิจิตร ซึ่งวันนี้เป็นวันเข้าพรรษา เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง ที่อยู่ในกระแสข่าวที่ถูกสีกากอลฟพาดพิงว่ามีความสัมพันธ์ รวมถึงสื่ออีกหลายสำนักที่เฝ้าจับจ้องว่าท่านจะเป็นเหยื่อของสีกากอล์ฟ หรือมีภาพในโทรศัพท์มือถือของสีกากลอฟหรือไม่ ซึ่งสื่อบางสำนักก็ปล่อยข่าวว่าท่านได้แอบหนีไปสึกจากการเป็นพระแล้วนั้น ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันพระซึ่งตรงกับวันเข้าพรรษา เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง ได้ขึ้นศาลาการเปรียญปฏิบัติกิจของสงฆ์ท่ามกลางญาติโยมที่เลื่อมใสศรัทธาและมาร่วมทำบุญกัน ในวันนี้ประมาณ 300 คน ซึ่งอาจจะดูโหรงเหรง แต่เนื่องด้วยเมื่อช่วงเช้าในเขตเทศบาลเมืองพิจิตร และในบริเวณวัดมีฝนตกลงมาโปรยปรายจึงอาจเป็นอุปสรรคของญาติโยมหรือผู้สูงอายุที่จะมาทำบุญ จึงทำให้คนทำบุญไม่แน่นศาลาวัดเหมือนเทศกาลงานบุญใหญ่ที่ผ่านมา

 

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เข้าสัมภาษณ์ เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง ซึ่งท่านได้ให้สัมภาษณ์ว่าหลายวันที่ผ่านมาก็ไม่ได้หลบหน้าหรือหนีหายไปไหน แต่ไปทำงานที่ มจร.พิจิตร ในส่วนของเรื่อง ที่กำลังเป็นประเด็นหรือเป็นข่าวอยู่นั้น อาตมาก็คงไม่สามารถที่จะพูดอะไรมากได้ และขอให้เป็นไปตามกระบวนการการตรวจสอบ เพราะเมื่อพูดหรือให้สัมภาษณ์สื่อไปก็จะเหมือนเป็นการแก้ตัว ถ้ามีปัญหาอะไร ก็จะขอให้สื่อมวลชนไปสอบถามได้ที่ทนายกิจชัย บุญปู่ ซึ่งเป็นทนายความที่ปรึกษาประจำวัดท่าหลวง

 

นอกจากนี้ท่านยังได้กล่าวถึงในลักษณะน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกสื่อมวลชนบางสำนักรุกล้ำจู่โจมตั้งกล้องถ่ายภาพบรรยากาศต่างๆบริเวณกุฎิ ซึ่งเป็นที่พักของพระเณร ซึ่งน่าจะให้เป็นสถานที่ส่วนตัวกันบ้าง รวมถึงก็มีบุกไปที่บ้านของเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร ซึ่งมียายอายุ 99 ปี ทำให้คุณยาย และคนแถวนั้นต่างตื่นตระหนกตกใจ ซึ่งถ้าคุณยายเป็นอะไรนักข่าวจะรับผิดชอบไหม จึงอยากจะขอวิงวอนสื่อทำงานทำข่าว ก็อย่าได้ล้ำเส้นหรือละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น

 

จากนั้น นายกิจชัย บุญปู่ ซึ่งเป็นทนายความที่ปรึกษาประจำวัดท่าหลวง ที่ได้รับมอบหมายจาก เจ้าคณะจังหวัดพิจิตร เป็นผู้ให้สัมภาษณ์ ได้กล่าวว่า ในกรณที่มีข่าวออกมาท่านเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการขอให้ท่านที่มีหลักฐานต่างๆ ให้ส่งเข้าสู่ตามระบบ หากเกี่ยวกับมหาเถระก็ให้ส่งที่มหาเถระ หากเกี่ยวกับสำนักพุทธก็ให้ส่งไปที่สำนักพุทธแห่งชาติ การเสนอข่าวกันไปมา เป็นสิ่งที่ทำให้ไม่ได้ข้อเท็จจริง

 

ส่วนคำถามที่ว่าจะมีการแจ้งความดำเนินคดีหรือฟ้องร้องสื่อมวลชนบางสำนักที่ละเมิดสิทธิส่วนบุคลนั้น ทนายกิจชัย ตอบว่า ไม่มีความคิดที่จะฟ้องร้องสื่อมวลชน แต่อย่างใดเพียงแค่ขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้เคารพในความพอดีและอย่าล่วงเกินสิทธิส่วนบุคคล

 

นอกจากนี้ยังให้คำแนะนำว่าถ้าอยากได้ข้อมูลใดเกี่ยวกับพระสงฆ์ควรไปหาหรือข้อข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้กล่าวหาน่าจะได้ความจริงที่ถูกต้องมากกว่าไปเที่ยวถามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง กับรูปคดี ดังนั้นจึงอยากจะในสิ่งที่มีหลักฐานเป็นหลักเพราะไม่อยากโต้ตอบพูดกันไปมาผ่านสื่อ ซึ่งจะทำให้ 1.ถ้าชี้แจงยังไม่จบก็ควรว่ากันได้พยานหลักฐานเป็นหลัก เรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะสงฆ์

จึงควรเข้าสุ่กระบวนการให้ฝ่ายตรวจสอบเข้ามาตรวจสอบจะดีกว่า โดยยืนยันว่าเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรพร้อมเข้ารับการตรวจสอบตามกระบวนการในทุกๆกรณีแต่จะไม่โต้ตอบผ่านสื่อแต่อย่างใด เท่านั้นเอง

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews