“ภูมิธรรม” เห็นใจ “ยิ่งลักษณ์” ควรได้รับความเป็นธรรม โต้กระแสวิจารณ์สมัยเป็น “รมว.พาณิชย์” เคลียร์ข้าวล็อตสุดท้ายเอื้อคดีจำนำข้าว ย้ำหน้าที่ขายข้าวล็อตสุดท้าย ก็ต้องขาย
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ในฐานะอดีต รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงกรณีโครงการจำนำข้าว ว่า ตนรู้สึกเห็นใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งตนได้ให้กำลังใจ และทำให้เห็นแล้วว่า ข้าวล็อตสุดท้ายที่เขาจะขายแต่ตนไม่ยอมให้ขาย และสุดท้ายตนก็ไปดำเนินการจนทำได้กิโลกรัมละ 18 บาท ทั้งที่ก่อนหน้านี้ประมาณ 1-2 ปี ขายได้เพียงแค่ 3 – 5 บาท ก็เป็นสมมติฐานหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมาเราเสนอเรื่องนี้ไป แต่ว่าศาลปิดการเสนอพิจารณาคดีไปแล้ว และเรื่องนี้ตนมองว่าเป็นเหตุเป็นผลที่จะต้องพิจารณา
ทั้งนี้ ตนรู้สึกเห็นใจ และอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้รับความเป็นธรรมคืนกลับมา ในส่วนกรณีนี้ศาลก็มีอำนาจพิจารณาไป แต่ในข้อเท็จจริงหนทางการต่อสู้ทางกฎหมายก็จะต้องดำเนินการ ในฝั่งของนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็จะต้องนำเอกสารหลักฐานรวบรวม เพื่อเอามาเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นสิทธิ์ตามกระบวนการ ส่วนศาลจะรับหรือไม่รับเป็นหลักฐานหรือไม่ ถือเป็นสิทธิ์ของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ที่จะดำเนินการตามกระบวนการ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
เมื่อถามว่า การต่อสู้ของทนายความในกรณีนี้ เพื่อไม่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม ระบุว่า ไม่ได้สู้เพื่อไม่ชดใช้ แต่ช่วยทำให้เห็นว่าการที่ท่านรับโทษอยู่นั้นไม่เป็นธรรมสิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นว่า ในเรื่องของนโยบายไปไม่ถึง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในระดับปฏิบัติ แล้วบอกว่าให้ท่านรับผิดชอบ
โดยนายภูมิธรรม เปรียบเทียบว่า กรณีเรือดำน้ำ ซึ่งมีเรื่องที่ให้ตนต้องพิจารณาเต็มไปหมด หากตัดสินใจว่าจะไม่ทำต่อ หรือใครจะทำต่อ ก็จะต้องจ่าย 8,000 ล้านบาท ซึ่งใครจะไปทำต่อ ไม่ใช่ตนที่จะต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ เพราะตนมาหลังจากนั้น 8 ปีแล้ว ดังนั้นควรจะต้องทำงานตรงไปตรงมา ซึ่งจะต้องสู้กันในประเด็นนี้ เอาหลักฐานมาแล้วทำให้เกิดความเป็นจริง
ส่วนเรื่องที่พูดว่าเรียกร้องความเป็นธรรมจะสอดคล้องกับสิ่งที่นายกรัฐมนตรี แชร์โพสต์ของพรรคเพื่อไทย เมื่อวานนี้หรือไม่ นายภูมิธรรม มองว่า จะสอดคล้องหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นที่ตนต้องมาคิด คิดจากสิ่งที่ว่ารู้สึกอย่างไร ก็รับผิดชอบด้วยความรู้สึก เรื่องนี้มีความคิดเห็น 2 ฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นคนที่เราเคารพและเคยร่วมงานกันมา เราดูจากประเด็น เราก็วินิจฉัยของเราได้ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม ซึ่งศาลจะเป็นคนตัดสิน อยู่ที่ข้อมูลของแต่ละฝ่ายที่จะเสนอ
ทั้งนี้ เชื่อว่าเรื่องนี้นั้นไม่ได้มีสัญญาณอะไรแต่อย่างใด และไม่จำเป็นต้องมีสัญญาณ หากจะบอกว่าเรื่องนี้มีสัญญาณก็แสดงว่ากระบวนการทั้งหมดเชื่อมกันหมด มันใช่ไหมล่ะ เราพยายามยืนอยู่บนจุดยืนที่ กระบวนการทั้งหมดเป็นไปตามหลักของประเทศ คือการยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม พร้อมย้ำว่าหลักนิติธรรมนั้นสำคัญ หากเราไม่ยึดให้ชัดเจนหรือทำให้ต่างประเทศไม่เชื่อมั่น การประชุมต่างๆ ก็จะไม่เกิด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews