จิราพร ถก สคบ. วาง 3 มาตรการปูพรมกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้า ขู่ พบเจ้าหน้าที่เอี่ยวลงโทษทันที เผย การลักลอบนำเข้าสอบสวนกลาง ส่ง ป.ป.ง. ยึดทรัพย์ได้ พร้อมสั่งทำแผนแก้ปัญหาระยะยาว
น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้ามหันตภัยร้ายทำลายเด็กและเยาวชน และหารือมาตรการบังคับใช้กฎหมายควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า ที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ว่า ตามข้อสั่งการของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มีข้อห่วงใยเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่าให้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น
โดยให้ปราบปรามและดูข้อกฎหมายในระยะยาวต่อไปว่าจะปรับแก้อย่างไรได้บ้าง เมื่อวานนี้นายกรัฐมนตรีจึงได้มีการเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และตนมาหารือเบื้องต้น เพื่อดูแนวทางการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้จึงได้เชิญหน่วยงานทั้งหมด 17 หน่วยงาน เข้ามาหารือกันเพื่อปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจัง ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
โดยแบ่งผลการหารือเป็น 3 ส่วน ประการแรกคือระยะเร่งด่วน ระยะเฉพาะหน้า ต้องมีการปูพรมปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า โดยต้องเน้นป้องกันการนำเข้าบริเวณชายแดน ซึ่งศุลกากรจะเป็นหน่วยงานสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่และบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นขึ้น กล่าวคือหากพบว่ามีการลักลอบนำเข้าจะไม่มีการระงับคดีเด็ดขาด และจะส่งไปที่ตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อดำเนินคดีและส่งไปที่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ป.ป.ง. ตรวจยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์ต่อไป เพื่อช่วยป้องปรามไม่ให้ทางผู้นำเข้าลักลอบเข้ามาอีก โดยเฉพาะบริเวณชายแดน
ส่วนร้านค้าผู้จำหน่ายในประเทศ จะมีการปราบปรามกันอย่างเข้มข้น เพื่อกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าที่มีที่ตั้งและร้านค้าออนไลน์ โดยจะทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และกระทรวงมหาดไทย ขณะเดียวกัน จะเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสเข้ามาในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต่อไปจะมีการขึ้นโชว์บนแพลตฟอร์ม เพื่อแสดงยอดการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ว่ามีจำนวนเท่าใด หากผ่านไปหนึ่งเดือนประชาชนก็จะเห็นความตั้งใจของเจ้าหน้าที่
สำหรับการขายสินค้าบนโลกออนไลน์ที่ประชุมให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเพิ่มการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าในเยาวชน จึงได้ขอความร่วมมือกับ บริษัท TikTok ให้เข้มงวดตรวจตรา จากนั้นก็จะจัดประชุมหารือร่วมกันกับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มและผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อตรวจตราและหาแนวทางป้องกันการขายบนโลกออนไลน์
ส่วนที่สองจะมีการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้โดยจะเน้นย้ำไปที่สถานศึกษาที่นายกรัฐมนตรีห่วงใยเป็นพิเศษ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นเจ้าภาพหลักในการทำงานร่วมกับกระทรวงกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กรมประชาสัมพันธ์ และ กสทช. เพื่อประชาสัมพันธ์ถึงโทษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งในนักเรียน ครู และผู้ปกครอง
ส่วนประการที่สามจะมีการศึกษาข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาในระยะยาว ว่า จะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายฉบับใดหรือไม่ เพื่อ ให้การลงโทษเข้มข้นขึ้น และให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ
ส่วนหากมีเจ้าหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นกรณีการตรวจจับร้านบุหรี่ไฟฟ้าแต่มีการปิดร้านหนีไปก่อนจะมีมาตรการอย่างไร น.ส.จิราพร กล่าวว่า หากมีการลักลอบส่งเข้ามาและตรวจพบว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทางหน่วยงานจะต้องพิจารณาดำเนินการลงโทษเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่าพร้อมที่จะดำเนินการลงโทษทันที หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่เอี่ยว
สำหรับแผนปูพรมกวาดล้างนั้น น.ส.จิราพร กล่าวว่า จะเริ่มตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีให้มีการประเมินผลภายในระยะเวลา 30 วัน ส่วนเรื่องการวางมาตรการหรือการดำเนินการที่เกี่ยวข้องให้ทางหน่วยงานต่างๆกลับไปทำแผนและอีก 1 สัปดาห์จะมาประชุมอัพเดทแผนการดำเนินงานกันใหม่ ก่อนที่จะไปรายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบว่าในระยะยาวต้องดำเนินดำเนินการอย่างไรบ้าง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews